ิงที่อยู่ข้าง ๆ อย่างละเอียด สีหน้าที่ไม่พอใจของเขาสงบลงในทันที กลับกลายเป็นรอยยิ้มเยาะแทน “พวกเจ้าทั้งสองคงเป็นคนต่างถิ่นกระมัง เพิ่งมาเมืองเทียนหนานเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่?”
“อืม พวกข้าเพิ่งมาถึงไม่นาน”
“ฮ่า ๆ ๆ” ชายหนุ่มหัวเราะดังลั่น มองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่มคนนี้บอกว่าการที่ข้าชักอาวุธทำร้ายคนนั้นเกินไปหน่อยหรือ?”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ผู้ชมรอบ ๆ โรงเตี๊ยมก็มองไปที่พวกหลี่เต้าทั้งสองคนด้วยสายตาเย้ยหยันและดูแคลน มีคนบางคนถึงกับเอ่ยปากขึ้นมาว่า “เจ้าหนุ่ม คนนอกที่มาถึงเมืองเทียนหนานควรจะวางตัวให้ต่ำไว้ ไม่ควรยุ่งเรื่องชาวบ้านเขาง่าย ๆ ระวังจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว”
“ฮ่า ๆ ๆ คนนอกก็คือคนนอกนั่นแหละ ไม่รู้อะไรเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของคนอื่น ๆ ชายคนนั้นก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น เขามองสำรวจพวกหลี่เต้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ถ้าข้าอยากจะทำร้ายเขา พวกเจ้าอาจจะห้ามข้าได้ในวันนี้ แต่จะห้ามได้ตลอดไปหรือ?”
“แล้วถ้าพวกเราไปแจ้งทางการล่ะ”
“หืม? อะไรนะ… เจ้าว่าจะไปแจ้งทางการ?”
ตอนแรกชายคนนั้นยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่พอเข้าใจความหมายแล้วก็หัวเราะออกมาดังลั่น เขาชี้ไปที่หลี่เต้าแล้วพูดเสียงดังกับคนรอบข้าง “พวกเจ้าได้ยินสิ่งที่เขาพูดหรือไม่? เขาบอกว่าอยากจะไปแจ้งทางการให้จับข้า?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนรอบข้างก็ต่างพากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง บางคนที่เส้นตื้นถึงกับหัวเราะจนน้ำต