หลังจากนั้น หลี่เต้าก็เดินตรงไปที่ตู้เหล้าเพื่อชำระเงิน
เมื่อเห็นเงินที่ได้รับ เจ้าของโรงเตี๊ยมก็เอ่ยปากว่า “เจ้าหนุ่ม เห็นว่าเจ้าเพิ่งมาถึงข้าจึงขอเตือนสักคำ ปล่อยเขาไปเถิด มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะมีเรื่องยุ่งยากตามมาได้”
“เรื่องยุ่งยาก?” หลี่เต้ายิ้มบาง “หากมีจริงก็ปล่อยให้มันมาเถิด”
“อ้อ จริงสิ” หลี่เต้าที่กำลังจะหมุนตัวเดินจากไปนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับไปตะโกนบอกเจ้าของโรงเตี๊ยมว่า “เถ้าแก่”
“หืม?”
“หากภายหลังมีคนมาถามท่านเกี่ยวกับข้า ท่านบอกเขาตรง ๆ เลยว่า ข้ารออยู่ที่จวนผู้ว่าการ”
พูดจบ หลี่เต้าก็โบกมือเรียกเสวียปิง แล้วทั้งสองคนก็หายลับไปนอกประตูโรงเตี๊ยม และหลังจากได้ฟังคำพูดสุดท้ายของหลี่เต้า สีหน้าของเจ้าของโรงเตี๊ยมก็แข็งค้างทันที
…
บนเส้นทางกลับจวนผู้ว่าการ หลังจากที่ค่อย ๆ ชินกับความเจ็บปวด ชายที่ถูกเสวียปิงจับไว้ในมือก็มีโอกาสได้พูดในที่สุด
เขาเงยหน้ามองหลี่เต้าแล้วตะโกนว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าแย่แล้ว เจ้าแย่แล้วรู้ไหม? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังล่วงเกินใคร?”
“หืม?” หลี่เต้าถามอย่างสนใจ “ข้าล่วงเกินใครหรือ?”
ชายคนนั้นรีบตะโกนทันที “พี่ใหญ่ของข้าเป็นคนของตระกูลซุนแห่งเขตตะวันตก เจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้ พี่ใหญ่ของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ คนของตระกูลซุนก็จะไม่ปล่อยเจ้าเช่นกัน”
“ตระกูลซุนหรือ?” แววตาของหลี่เต้าวาบขึ้น ราวกับได้ตัดสินใจบางอย่าง
หลังจากนั้น ไม่ว่าชายคนนั้นจะตะโกนโวยวายอ