ใช่แล้ว ที่ด่านฟู่เฟิงนี่คงไม่มีศึกให้รบในเวลาอันสั้นนี้แล้ว มังกรทองแห่งชะตาของต้าเฉียนได้ปรากฏตัวขึ้น หากราชวงศ์ของชนเผ่าเป่ยหมานรู้จักกาลเทศะ ก็คงไม่ปล่อยให้เผ่าใต้ปกครองก่อเรื่องวุ่นวายอีก
แต่เสิ่นจงยังคงกังวลอยู่บ้าง “แต่ว่าที่นั่นวุ่นวายมาก เจ้า…”
“ยิ่งวุ่นวายยิ่งดี!”
“หืม?”
เสิ่นจงมองไปที่หลี่เต้าด้วยความตกตะลึง แล้วพบว่าบนใบหน้าของหลี่เต้าไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย กลับมีรอยยิ้มบางประดับอยู่
เสิ่นจงถามอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าเพิ่งพูดว่าอะไรนะ?”
หลี่เต้ายิ้มบางเอ่ยตอบ “ข้าบอกว่ายิ่งวุ่นวายยิ่งดี”
“เจ้า…”
ในตอนนี้ เสิ่นจงไม่อาจเข้าใจความคิดของหลี่เต้าได้เลย หากเป็นการวุ่นวายในสนามรบ เขาจะไม่กังวลเกี่ยวกับหลี่เต้าเลยแม้แต่น้อย
แต่ความวุ่นวายในสนามรบส่วนใหญ่เป็นความวุ่นวายที่เห็นได้ชัด เป็นการปะทะกันโดยตรง แค่มีพลังแข็งแกร่งก็สามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ด้วยพลังของหลี่เต้า หากไม่มีขั้นมหาราชาปรมาจารย์ออกโรง ก็แทบไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้
แต่ดินแดนทางใต้นั้นแตกต่างออกไป จากจดหมายของหยางหลินก็รู้แล้วว่าที่นั่นวุ่นวายผิดปกติ มีทั้งมังกรและงูปะปนกัน ใครจะรู้ว่าที่นั่นซ่อนปีศาจร้ายอะไรไว้บ้าง
เขาเห็นเสิ่นจงทำท่าอยากพูดแต่ก็หยุดไว้ หลี่เต้าจึงตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ “ท่านแม่ทัพเสิ่น แทนที่ท่านจะเป็นห่วงข้า ท่านควรคิดหาวิธีฟื้นฟูกลับไปสู่ขั้นปรมาจารย์ก่อนจะดีกว่า ท่านมีเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นนะ”
เ