เวลาเจ็ดวันผ่านไปในพริบตา
ด่านฟู่เฟิง ลานฝึกทหาร
ขณะนี้หลี่เต้าและเสิ่นจงกำลังยืนอยู่บนแท่นสูงแห่งหนึ่ง
ส่วนบนลานโล่งไม่ไกลจากแท่นสูง มีการแบ่งกำลังพลออกเป็นหกกอง กองละห้าร้อยคน รวมทั้งหมดสามพันคน
และทั้งหกกองนี้ต่างมีผู้นำประจำกอง ได้แก่ เว่ยอวิ๋น หลิวเหนิง จางเมิ่ง เสวียปิง รวมถึงจ้าวถ่งและหยางเหยียนที่มาภายหลัง
ขณะนี้ คนเหล่านี้ทั้งหมดกำลังฝึกอยู่ในลานฝึกทหาร
เสิ่นจงมองดูทหารสามพันนายบนลานฝึกแล้วถามว่า “หลี่เต้า เจ้าต้องการแค่สามพันคน ไม่ต้องการมากกว่านี้หรือ? ด้วยความดีความชอบที่เจ้าสร้างไว้ คาดว่าเมื่อฮ่องเต้พระราชทานรางวัลลงมา การบัญชาการทหารสามหมื่นนายก็คงไม่ใช่ปัญหา”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็ส่ายหน้า “สามพันคนสำหรับข้าก็เพียงพอแล้ว มากกว่านี้จะดูเทอะทะเกินไป”
ในสายตาของหลี่เต้า ทหารควรเน้นที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เชี่ยวชาญในการบัญชาการทหาร แต่เพราะไม่จำเป็นต้องมีมาก
หากโลกใบนี้ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียร ในการทำศึกหากมีคนมากก็ยิ่งดี แต่เมื่อมีผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ บางครั้งจำนวนคนกลับกลายเป็นภาระ
อีกอย่าง ที่เขาต้องการทหารสามพันนาย ก็เพราะขนาดที่สมบูรณ์แบบที่สุดของกองทัพฝูถูคือสามพันคน
เมื่อใดที่ทหารสามพันนายนี้ถูกหล่อหลอมเป็นกองทัพฝูถูสำเร็จ แค่ทหารสามพันนายนี้ ก็เพียงพอที่จะต่อกรกับกองทัพสามหมื่นโดยไม่ต้องให้เขาลงมือได้แล้ว
หากนำมาผสานกับการบ่มเพาะด้วยเลือด