ม่ทัพอยู่แล้ว เราก็รู้ว่าท่านอู่อันป๋อมีความสามารถที่ไม่ด้อยกว่าผู้ใด ดังนั้นเราจึงมอบตำแหน่งใหม่ให้แก่เจ้า”
“ทางแดนใต้ของต้าเฉียนมีดินแดนพิเศษแห่งหนึ่ง ชื่อว่าหนานเจียง เนื่องจากผู้ว่าการคนก่อนของหนานเจียงได้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลงมาตลอด หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับขุนนางในที่ประชุม ก็ได้ข้อสรุปแล้ว”
“ดังนั้นอู่อันป๋อ จงรับพระราชโองการ!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จ้าวอี้ก็เงยหน้าขึ้น สายตามองไปที่หลี่เต้า “ครั้งนี้เราขอแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้ว่าการหนานเจียงชั่วคราว ให้ดูแลกิจการทั้งหมดภายในหนานเจียง”
“วาระสามปี หลังจากสามปี เราจะส่งคนไปเปรียบเทียบสภาพการปกครองหนานเจียงของเจ้ากับสภาพปัจจุบัน แล้วจึงตัดสินเรื่องการให้รางวัลหรือลงโทษเจ้าอีกครั้ง หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้เราผิดหวัง”
“จงรับราชโองการ!”
หลังจากที่จ้าวอี้อ่านพระราชโองการจบคาสุดท้าย หลี่เต้าและเสิ่นจงต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึง เพราะทั้งสองคนต่างเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ผู้ว่าการ’ นี้ดี
เมื่อเห็นทั้งสองคนตกอยู่ในภวังค์ จ้าวอี้จึงเอ่ยเตือนว่า “ท่านอู่อันป๋อ ถึงเวลารับพระราชโองการแล้ว”
หลังจากรับพระราชโองการมาเปิดอ่านเนื้อหาข้างในอย่างชัดเจนแล้ว หลี่เต้าจึงแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ฟังผิด ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งเขาเป็นผู้ว่าการจริง ๆ
ในตอนนั้นเอง จ้าวอี้ก็ได้ล้วงกล่องผ้าไหมออกมาจากอกเสื้อ แล้วพูดกับเสิ่นจงว่า “ท่านเสิ่นโหว นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทพร