วเอ๋อร์แล้วกล่าวว่า
“โหยวเอ๋อร์หากข้าจำไม่ผิด สมาคมการค้าตระกูลเถี่ยปีนี้ยังเหลือสิทธิ์สำหรับการตั้งสาขาภายนอกอีกหนึ่งแห่ง”
“อืม คุณหนูเคยบอกว่าสิทธิ์นี้เตรียมไว้ให้เฟิงโจว แต่ว่าเฟิงโจวปีนี้ประสบภัยพิบัติ ดังนั้นจึงระงับไว้ก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นก็พอดี เจ้าจงแจ้งลงไปว่า สิทธิ์ของปีนี้จะไม่ให้เฟิงโจวแล้ว”
“ไม่ให้เฟิงโจว? แล้วจะให้ที่ไหน?”
เถี่ยซานเหนียงยิ้มน้อย ๆ พูดอย่างเชื่องช้าว่า
“ให้หนานเจียง”
“หนานเจียง?”
ปี้โหยวเอ๋อร์ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย
“คุณหนู ท่านไม่ได้เคยพูดไว้หรือว่า หนานเจียงเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับสมาคมการค้าตระกูลเถี่ยของพวกเรา แล้วเหตุใดจึงต้องตั้งสาขาใหม่ที่นั่น?”
“นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่เหมาะสม แต่ตอนนี้…”
เถี่ยซานเหนียงเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางพูดช้า ๆ ว่า
“ตอนนี้มีผู้ว่าการคนใหม่แล้ว คิดว่าเขาคงจะหาวิธีปกป้องพวกเรา เพราะเมื่อไปถึงที่นั่น ตระกูลเถี่ยของพวกเราก็จะเป็นบ่อเงินที่ใหญ่ที่สุดของเขา”
…
ตำหนักหมิงเยว่ บนเตียงที่มีม่านบาง ๆ กั้นไว้
จ้าวเยว่ หรือก็คือองค์หญิงหมิงเยว่นั่งขัดสมาธิอยู่บนนั้น
ในขณะนี้ องค์หญิงหมิงเยว่หลับตาลง รอบกายของนางมีไอสีม่วงอ่อนปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
ครู่หนึ่งผ่านไป ร่างขององค์หญิงหมิงเยว่ปรากฏคลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่ออกมา พัดให้ม่านโปร่งรอบข้างส่งเสียงดังปลิวไปมา
ในชั่วขณะถัดมา องค์หญิงหมิงเยว่ก็ลืมตาขึ้น มีประกายแสงสีม่วงอ่อนวาบผ่านในดวงตา