“สุดท้ายแล้วราชวงศ์ก็แตกต่างจากครอบครัวของชาวบ้านทั่วไป เพราะเป็นผู้ควบคุมชีวิตของผู้คนทั่วใต้หล้า”
เมื่อพูดจบเจียงหานก็ก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเจียงฉางเซิง
เขารู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นผิดมหันต์ แต่หากเขาไม่พูดออกมาก็จะอัดอั้นตันใจ
ในขณะเดียวกันเขาก็ตกตะลึงอยู่ในใจเช่นกัน เขาตายไปแล้วแต่ยังถูกบรรพบุรุษดึงตัวมาที่นี่ได้ นี่คือวิธีการชนิดใดกัน
เจียงฉางเซิงไม่ได้พูดสิ่งใด แต่กำลังไตรตรองสิ่งที่เจียงหานพูด
เขาย่อมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เอ่ยออกมา เพราะคนที่ทำให้เกิดภาวะที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่แค่เหล่าอ๋องผู้ครองรัฐเท่านั้น
หากจะพูดให้ถูกต้องก็คือเป็นความสามารถด้านยุทธที่ต่างกัน ซึ่งโดยหลักแล้วมาจากโชคชะตา
ต้าจิ่งรุ่งเรืองเพราะโชคชะตา และดำเนินไปสู่หายนะก็เพราะโชคชะตาเช่นกัน
ราชวงศ์แห่งโชคชะตาของเผ่ามนุษย์ล้วนเป็นดังนี้ทั้งสิ้น
เจียงฉางเซิงก็คิดถึงข้อสงสัยข้อหนึ่ง แท้จริงแล้วผู้ใดเป็นคนก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตากันแน่
ราชวงศ์แห่งโชคชะตาเป็นดาบสองคมอย่างแน่นอน ผู้แข็งแกร่งจะทำให้แผ่นดินราบรื่นรุ่งเรือง ส่วนผู้ที่อ่อนแอจะล่มสลายไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น การถือกำเนิดของราชวงศ์แห่งโชคชะตาได้วางรากฐานแบบแผนในการแบ่งแยกเผ่ามนุษย์
เพราะเมื่อใดที่ก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตาขึ้น ราชวงศ์แห่งโชคชะตาก็จะก้าวหน้าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้มีตระกูลขุนนางและสำนักต่างๆ เป็นจำนวนมากมายหนุนให้ผู้คนก่อตั้งราชวงศ์ขึ้นมา