ดังเช่นสำนักหลังบัลลังก์เมื่อก่อนนี้ พวกเขาควบคุมราชวงศ์ต่างๆ แต่ไม่เป็นฮ่องเต้เพราะพวกเขาไม่ต้องการแบกรับข้อจำกัดเรื่องอายุขัยที่เกิดจากโชคชะตา
หากต้องการแก้ปัญหาของต้าจิ่ง ก็จะต้องทลายข้อจำกัดของโชคชะตาที่ส่งผลต่ออายุขัยของโอรสสวรรค์
เช่นนั้นแม้จะช่วยหนึ่งรัชสมัยเอาไว้ได้ แต่ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาอีก
โอรสสวรรค์ไม่ได้จำเป็นต้องสืบทอดบัลลังก์จากรุ่นสู่รุ่นเสมอไป แต่สามารถครองราชย์ได้หลายร้อยปีแล้วจากนั้นค่อยเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งสักคน
แน่นอนว่าทำเช่นนี้ก็ยังมีอันตรายซุกซ่อนอยู่เช่นกัน เพราะถ้าโอรสสวรรค์เป็นคนโฉดชั่วก็จะกลายเป็นหายนะ
ไม่ว่าอย่างไรก็จะมีทั้งด้านดีและด้านเสีย
แผนการละทิ้งโชคชะตาของราชวงศ์แห่งโชคชะตานี้ เกรงว่าผู้คนทั่วใต้หล้าจะพากันต่อต้าน
เนื่องจากราชวงศ์แห่งโชคชะตามิได้จำกัดเฉพาะกับโอรสสวรรค์เท่านั้น
จำต้องพูดว่าผลของการเป็นราชวงศ์แห่งโชคชะตาคือการแบ่งแยกโอรสสวรรค์และผู้คนในหล้าออกเป็นสองฝักฝ่าย ทำให้ราชอำนาจของกษัตริย์ไมอาจอยู่ห่างจากโชคชะตาได้
เจียงหานไม่ได้ยินบรรพบุรุษพูดอะไรต่อจึงกระวนกระวายใจขึ้นมา แอบคิดว่าไม่เข้าทีที่เขาทำบรรพบุรุษโกรธเสียแล้ว เพราะฮ่องเต้ไทจงเป็นบุตรชายของบรรพบุรุษ
เฮ้อ!
เจียงหานรู้สึกขมขื่นในใจ บิดาของฮ่องเต้ไทจงดีงามเพียงนี้ แต่บิดาของเขานั้น…
เขาคิดว่าหากตนเองเป็นฮ่องเต้ไทจง จะต้องได้รับคุณูปการที่ดีกว่านี้แน่!
เจียงหานรวบรวมความกล้าถามไปว่า