หลู่เปลี่ยนไปจากตอนแรกที่ยังมีกำลังเหลืออยู่ จนกระทั่งในที่สุด สีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ จริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ
และเมื่อถูหลู่เริ่มจริงจัง หลี่เต้าก็ต้องรับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น แต่ภายใต้แรงกดดันเหล่านี้ หลี่เต้ากลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ร่างกายของเขากลับยิ่งตื่นตัวมากขึ้น
เพราะภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ เขาสามารถลืมความเจ็บปวด และต่อสู้กับแรงกดดันนี้ได้
โครม!
พระโพธิสัตว์มหึมาซัดหมัดเข้าที่ร่างของหลี่เต้าอย่างจัง
ทันใดนั้น หลี่เต้าก็กระเด็นออกไปเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ ทิ้งรอยยาวไว้บนพื้นดิน สุดท้ายก็ลอยไปชนเข้ากับผาหิน ทำให้หินยักษ์ถล่มลงมาฝังร่างเขาไว้
แต่ในชั่วขณะถัดมา หลี่เต้าก็กระโดดออกมาจากกองหินอีกครั้ง
เขากำง้าวมังกรทมิฬในมือไว้แน่น ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแตก ราวกับว่าร่างกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
“ฮึ่ม!”
หลี่เต้าสูดหายใจลึก เลือดวิเศษในร่างเริ่มเดือดพล่าน
เพียงชั่วพริบตา บาดแผลทั่วร่างก็หายเป็นปลิดทิ้ง กลับคืนสู่สภาพเดิม
“สู้!”
หลังจากฟื้นตัว เขาก็พลันพุ่งเข้าโจมตีถูหลู่อีกครั้งอย่างเด็ดขาด
จากนั้น การต่อสู้ที่ตามมาจึงกลายเป็นเรื่องประหลาดอยู่บ้าง
ทุกครั้งที่ทั้งสองคนปะทะกันครบร้อยกระบวนท่า หลี่เต้าก็จะถูกซัดกระเด็นไปครั้งหนึ่ง
แต่หลี่เต้าก็ใช้ประโยชน์จากเลือดวิเศษฟื้นฟูตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็ดื้อดึงพุ่งเข้าไปปะทะสู้ต่อ
เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่เต้า การโจมตีขอ