วขึ้น
และด้วยเหตุนี้ ทำให้อัตราการใช้ธนูมังกรเพลิงของเผ่าเลี่ยหั่วเร็วขึ้นด้วย
หลายชั่วยามต่อมา
จากธนูมังกรเพลิงสิบแปดดอกที่เคยมีอยู่ ได้ถูกใช้ไปแล้วแปดดอก
เมื่อทางเผ่าเลี่ยหั่วเห็นลูกธนูมังกรเพลิงที่เหลืออยู่น้อยลงเรื่อย ๆ พวกเขาก็เริ่มกระวนกระวายขึ้นมา
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าลูกธนูมังกรเพลิงคงจะถูกใช้จนหมดในไม่ช้า
เมื่อถึงตอนนั้น เลี่ยจิงจะต้องพ่ายแพ้ต่อหยางหลิน และชะตากรรมของพวกเขาเผ่าเลี่ยหั่วก็ไม่จำเป็นต้องคิดก็รู้ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับหยางหลินผู้อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นปลาย และทหารนับหมื่นของต้าเฉียน พวกเขาเผ่าเลี่ยหั่วไม่มีทางต้านทานได้เลย
“องค์ราชา ข้ามีวิธีหนึ่ง”
ราวกับเข้าใจความกังวลของราชาเผ่าเลี่ยหั่ว ขุนนางคนหนึ่งก้าวออกมาพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“วิธีอะไร?”
เมื่อได้ยินว่ามีคนมีวิธี ทันใดนั้นดวงตาของราชาเผ่าเลี่ยหั่วก็สว่างวาบขึ้น รีบตรัสถามออกไป
ขุนนางไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองไปรอบ ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ราชาเผ่าเลี่ยหั่วก็โบกมือให้คนรอบข้างถอยออกไปทั้งหมด แล้วขุนนางคนดังกล่าวจึงค่อยเข้าไปกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของราชาเผ่าเลี่ยหั่ว
ตอนแรกที่ได้ฟัง สีหน้าของราชาเลี่ยหั่วยังคงปกติ
แต่พอฟังไปถึงตอนหลัง สีหน้าของราชาเลี่ยหั่วเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เช่นนี้จะได้จริงหรือ?”
“ฝ่าบาท ตอนนี้พวกเราคงได้แต่ต้องเสี่