้วิญญาณ หากที่ปรึกษาเสิ่นนำกำลังพลไป ก็สามารถยึดเผ่าถ่ามู่ได้โดยง่าย”
หยางหลินมองสำรวจหลี่เต้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้าหนู เจ้าแน่ใจหรือว่าจะรับมือกับผู้แข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์ได้ เจ้าต้องรู้ว่าผู้แข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์แต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การที่เจ้าสามารถจัดการผู้แข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์ของเผ่าถ่ามู่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะรับมือกับผู้แข็งแกร่งขั้นปรมาจารย์คนอื่นได้”
“หากจัดการไม่ได้ ก็แค่ถูกอีกฝ่ายจัดการเท่านั้น” หลี่เต้ายักไหล่พลางกล่าว
“เจ้าเด็กนี่…” ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น แต่หยางหลินก็ยังเชื่อมั่นในความสามารถของหลี่เต้า
อย่างไรเสีย สถานการณ์ที่ด่านฟู่เฟิงในตอนนั้น หากไม่มีพลังขั้นปรมาจารย์ก็ไม่มีทางจัดการได้
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง หยางหลินก็ตัดสินใจทำตามแผนที่หลี่เต้าเสนอ แบ่งกองทัพออกเป็นสามสายแล้วโจมตีแยกกัน
เมื่อได้วิธีรับมือศัตรูแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแบ่งกำลังพล สุดท้าย หลังจากคำนวณแล้ว หยางหลินและหลี่เต้าตกลงกันว่าจะแบ่งกองทัพสองแสนนายออกเป็นสัดส่วน แปด-แปด-สี่
ในจำนวนนั้น เนื่องจากเผ่าถ่ามู่อยู่ในสภาพย่อยยับ ดังนั้นเสิ่นจงจึงนำทัพสี่หมื่นนายไปจัดการกับกำลังที่เหลือของเผ่าถ่ามู่
ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งแสนหกหมื่นนายนั้น หยางหลินและหลี่เต้าแบ่งกันคนละครึ่ง เนื่องจากเผ่าเลี่ยหั่วอยู่ระหว่างเผ่าถ่ามู่และเผ่าลั่วอวิ๋น จึงมอบหมายให้หยางหลินเป็นผู้จัดการ ส่วนเป้าหมายของหลี่เต้าคือ