หลังจากทักทายกันตามธรรมเนียม ชายาองค์รัชทายาทรวบรวมความกล้ากล่าวเจตนารมณ์ของตนออกมา
“ข้าหวังให้ท่านอวยพรแก่เสวียนเหนียนและเสวียนเจิน ขอให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ”
ชายาองค์รัชทายาทกล่าวอย่างระมัดระวัง เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงฉางเชิงก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ เขาเอ่ยว่า
“คนเราล้วนมีชะตากรรม แต่หากทำดี ฟ้าก็ย่อมเมตตา”
คำพูดนี้มิใช่เพียงวาทะลอยๆ ในตำหนักยมโลกจะตรวจสอบความดีและพลังกรรมของดวงวิญญาณ หากคุณความดีมากพอ แม้ตายไปก็จะมีทางเลือกและจุดจบที่ดีกว่า หากพลังกรรมลึกล้ำก็ต้องชดใช้ในตำหนักยมโลก ภายหลังจะไม่ได้ไปเกิดอีก เว้นเสียแต่จะสั่งสมคุณงามความดีไว้
รอบบริเวณตำหนักยมโลกเริ่มปรากฏ น้ำพุเหลือง แล้ว น้ำพุเหลืองบรรจุพลังแห่งสังสารวัฏ หากถือกำเนิดขึ้นสำเร็จ ดวงวิญญาณในตำหนักยมโลกจะได้ไปเกิดใหม่ จากมหาอาณาจักรเทียนจิ่งแผ่รัศมีออกไปยังทั่วโลกแห่งวิถียุทธ์ จนกระทั่งควบคุมสังสารวัฏได้ ความดีและพลังกรรมเป็นตัวตัดสินจุดจบ นี่คือสิ่งที่เจียงฉางเชิงเป็นผู้กำหนด
ตำหนักยมโลกก็เป็นเพียงสมบัติอาคมที่สามารถสอดส่องวิญญาณผู้ล่วงลับ ความดีความชั่วย่อมมีผลตอบแทน นี่คือสิ่งที่เจียงฉางเชิงเห็นว่าเหมาะสม และยังสามารถลดความคับแค้นในโลกมนุษย์ลงได้
ชายาองค์รัชทายาทถอนหายใจ กล่าวว่า “ตั้งแตศึกกับเผ่าเฉียงเหลียง กระแสน้ำวนของซุนเทียนพลันปั่นป่วน ราชอำนาจยิ่งถูกจำกัดมากขึ้น ข้ากังวลว่า…”
เจียงฉาง