เรื่องไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนนิสัยเลวร้าย แพ้ก็คือแพ้ อย่างมากก็แค่… อย่างมากก็แค่โดนตี…
พอคิดมาถึงตรงนี้ หยางเหยียนก็แอบชำเลืองมองไปทางหยางหลินผู้เป็นปู่ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความระแวดระวัง กลับพบว่าสายตาของปู่ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ตัวเขา แต่มองไปที่พวกหลิวซิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ
อันที่จริงแล้ว ไม่เพียงแค่สายตาของหยางหลินเท่านั้น ที่จับจ้องไปยังหลิวซิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ แต่สายตาของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั่น ต่างก็จ้องมองไปที่พวกนางเช่นกัน ผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องกองทัพวิญญาณต่างประหลาดใจที่พวกนางสามารถชนะการประลองในครั้งนี้ได้ ส่วนผู้ที่เข้าใจเรื่องกองทัพวิญญาณล้วนรู้สึกตกตะลึง
กองทัพวิญญาณนั้นหาได้ยากอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ในกรณีที่มีจำนวนคนน้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนนั้นหาได้ยากมาก ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพวิญญาณนี้ยังมาจากกลุ่มสตรี ทำให้ความภาคภูมิใจในตัวเองของพวกเขาหลายคนต้องบอบช้ำ
หลี่เต้ามองดูหยางหลินที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ด้านข้าง จึงตบบ่าเขาเบา ๆ พลางกล่าวว่า
“ท่านหยาง ข้าชนะแล้ว”
“หืม?”
หยางหลินได้สติกลับมา จึงเข้าใจว่าหลี่เต้ากำลังพูดถึงการพนันระหว่างพวกเขา ในตอนนั้นเอง เขาถึงได้เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า
“เจ้าหนูหลี่ ทหารเกราะหนักแปดร้อยนายไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงจะให้เจ้าอีกแปดร้อยนายก็ไม่เป็นไร หรือตอนนี้เจ้าจะต่อรองเงื่อนไขเลยก็ได้ ข้าไม่ต้องการอย่างอื่น เจ้าเพียงแค่บอกข้าว่าเจ้าฝ