ึกพวกนางอย่างไรก็พอ”
ทว่าทันใดนั้น หยางหลินก็นึกขึ้นได้ จึงส่ายหน้าพึมพำ
“เรื่องนี้คงเกี่ยวข้องกับความลับของเจ้าเสียแล้ว เจ้าไม่ต้องบอกข้าว่าเจ้าฝึกพวกนางมาอย่างไร เพียงแค่ช่วยข้าฝึกกองทัพวิญญาณแบบนี้หรือด้อยกว่านี้หน่อยก็ได้ ขอแค่รวมกำลังได้ไม่เกินพันคน เจ้าจะเรียกร้องอะไรก็ว่ามา”
นับตั้งแต่พวกจางเมิ่งทหารม้าเกราะหนัก ไปจนถึงทหารม้าหญิงในตอนนี้ หยางหลินจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหลี่เต้าต้องมีความรู้เกี่ยวกับการฝึกกองทัพวิญญาณอยู่บ้าง เมื่อได้ยินบทสนทนานี้เข้า เสิ่นจงที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองมาด้วยความสนใจ
หลี่เต้าได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าตอบว่า
“ท่านหยาง เรื่องนี้ข้าอาจช่วยท่านไม่ได้ หรือพูดอีกอย่างคือไม่มีทางช่วยได้”
“เพราะเหตุใดกัน?”
“เพราะต่อให้ข้าช่วยท่านฝึก คนที่ฝึกออกมาส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นคนของข้า”
สำหรับกองทัพวิญญาณของหลิวซิ่วเอ๋อร์และสตรีคนอื่น หลี่เต้าไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เขารู้ว่าเลือดวิเศษของตนมีความสามารถในการเร่งการรวมตัวของกองทัพวิญญาณ เพราะการปรากฏของกองทัพวิญญาณขึ้นอยู่กับเจตจำนงของทุกคนในกองทัพ และพลังยึดเหนี่ยวระหว่างพวกเขา อีกทั้งเลือดวิเศษก็มีความสามารถในการเสริมทั้งสองด้านนี้
แต่มีผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเรียกว่าผลข้างเคียงก็ไม่เชิง นั่นคือหากใช้เลือดวิเศษในการฝึก สุดท้าย ด้วยเจตจำนงของเขาที่อยู่ในเลือดวิเศษ ผู้รับการฝึกจะค่อย ๆ สนิทสนมกับเขาและไม่สา