มารถเป็นศัตรูด้วยได้ หากเขาไม่ถูกชะตากับหยางหลิน เขาก็ไม่รังเกียจที่จะใช้โอกาสนี้ทำให้อีกฝ่ายหมดอำนาจ
แต่ประเด็นสำคัญคือ ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นสหายเก่าของท่านปู่ และเคยดูแลเขามาก่อน หากลงมือเช่นนั้นก็คงจะเป็นการอกตัญญูเกินไป อีกประการหนึ่งคือ เขาต้องการเดินตามแนวทางกองกำลังชั้นยอด ด้วยจำนวนคนที่มากเกินไป ทำให้เลือดทั้งร่างของเขาไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงคนมากมายขนาดนั้น
หยางหลินครุ่นคิดก่อนขมวดคิ้วกล่าวว่า
“เจ้าต้องการจะบอกว่า การรวมตัวของกองทัพวิญญาณจำเป็นต้องมีเจ้าเป็นจุดศูนย์กลาง”
การที่พูดเช่นนี้ออกมาได้ แสดงว่าหยางหลินยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับกองทัพวิญญาณอยู่บ้าง เพราะการรวมตัวของกองทัพวิญญาณจำเป็นต้องมีแกนหลัก เช่นเดียวกับที่จางเมิ่งและคนอื่น ๆ รวมตัวกองทัพวิญญาณโดยมีหลี่เต้าเป็นแกนหลัก ก่อนหน้านี้พวกหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็รวมกองทัพวิญญาณโดยมีหลิวซิ่วเอ๋อร์เป็นแกนหลัก แต่ตอนนี้ เพราะเลือดวิเศษทำให้หลี่เต้าก็สามารถเป็นแกนหลักนั้นได้
“ก็ประมาณนั้นแหละ”
หลี่เต้าตอบ หยางหลินส่ายหน้าก่อนเอ่ยปากว่า
“งั้นก็ช่างเถอะ นี่เป็นความสามารถเฉพาะตัว เรียนรู้ไม่ได้”
เพราะเขาเข้าใจดีว่าในหมู่มนุษย์ย่อมมีคนพิเศษบางคน พวกเขามีเสน่ห์ส่วนตัวที่แรงกล้า การที่จะให้ผู้ใต้บังคับบัญชารวมตัวกองทัพวิญญาณโดยมีพวกเขาเป็นแกนหลักจึงทำได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ตลอดหลายปีที่เขามีชีวิตอยู่ แม้จะไม่ได้พบคนแบบนี้บ่อยนัก แต่ก็เคยพ