บมาไม่น้อย แต่หลี่เต้าแสดงออกมาเกินจริงไปเล็กน้อยเท่านั้น
หลี่เต้าข้ามเรื่องนั้นไปและกล่าวตรง ๆ ว่า
“ท่านหยาง ถึงเวลาที่ท่านต้องพูดแล้ว”
หยางหลินมองปราดเดียวก็เข้าใจความหมาย นี่คือการให้เขาต้องตบหน้าตัวเอง
“คอยดูเถอะ เจ้าหนู”
หลังจากทิ้งคำพูดเด็ดขาดไว้ หยางหลินก็ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ เดินไปกลางลาน การประลองได้ผลชี้ขาดแล้ว ถึงเวลาที่เขาในฐานะแม่ทัพต้องประกาศผลการประลอง ขณะเดินผ่านหยางเหยียน หยางหลินชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หันไปจ้องมองหนึ่งที
แม้หยางหลินไม่ได้พูดอะไร แต่หยางเหยียนมองเห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อกลับบ้านได้จากดวงตาของท่านปู่แล้ว จึงก้มหน้างุดทันที หยางหลินเดินต่อไปโดยไม่หยุด ไม่นานก็มาถึงข้างกายหลิวซิ่วเอ๋อร์และคณะ
“ท่านแม่ทัพ!”
เมื่อเห็นหยางหลินมาถึง พวกหลิวซิ่วเอ๋อร์ต่างประสานมือคำนับพร้อมกันด้วยความเคารพ หยางหลินยิ้มบาง ชูนิ้วโป้งขึ้น
“พวกเจ้าเก่งมาก”
“เรียนท่านแม่ทัพ ทั้งหมดเป็นความดีความชอบของท่านรองแม่ทัพ”
หลิวซิ่วเอ๋อร์กล่าวอย่างจริงจัง
“เจ้าหนุ่มนั่นมีความดีความชอบอยู่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเจ้าด้วย”
หยางหลินเอ่ยอย่างเชื่องช้า เมื่อพูดจบ เขาก็มองไปยังเหล่าทหารรอบข้างที่ยังคงตะลึงงัน แล้วกระแอมเบา ๆ เสียงกระแอมภายใต้การควบคุมของหยางหลินนั้น ดังเข้าสู่โสตประสาทของทุกคนที่อยู่ในที่นั่นทันที
เมื่อเห็นสายตาทุกคู่จับจ้องมา หยางหลินก็คว้