ส่วนลดลงเหลือหกส่วน
จนถึงตอนนี้หากเขาเลือกอีกครั้ง จะเหลือเพียงห้าส่วน นั่นก็คือโอกาสครึ่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหลิวซิ่วเอ๋อร์เริ่มเชี่ยวชาญวิธีการต่อสู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันมากขึ้น โอกาสนี้ก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องเป็นฝ่ายทนไม่ไหวก่อนแน่นอน ไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งไม่พอ แต่เป็นเพราะสภาพจิตใจและกระแสพลังถูกอีกฝ่ายกดดันเสียก่อน
“บัดซบ สู้ตายกันเลย”
หยางเหยียนรู้ดีว่าไม่อาจลังเลต่อไปได้อีก หากถูกสตรีผู้หนึ่งทำลายกระแสพลังและสภาพจิตใจ เขาคงไม่อาจเชิดหน้าขึ้นมาได้ไปชั่วชีวิต อย่างไรเสียก็แค่การประลองเท่านั้น ไม่ได้ตายจริงเสียหน่อย ไม่มีอะไรต้องกังวล
ดังนั้น เมื่อหลิวซิ่วเอ๋อร์เลือกที่จะสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันอีกครั้ง หยางเหยียนก็กัดฟันเลือกที่จะสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันเช่นกัน
“แย่แล้ว!”
เมื่อหยางเหยียนตัดสินใจเช่นนั้น เขาถึงได้พบว่าตนเองประมาทเกินไป เพราะการสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันของเขานั้น เป็นการเสี่ยงตายจริง ๆ แต่ของหลิวซิ่วเอ๋อร์นั้น แม้จะดูเหมือนหยาบแต่แฝงไว้ด้วยความประณีต ในชั่วขณะนั้น หลิวซิ่วเอ๋อร์อาศัยร่างกายที่คล่องแคล่วหลบหลีกการแลกดาบในครั้งนี้ ทำให้ดาบที่เดิมทีจะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน กลับกลายเป็นการใช้ชีวิตของตนเองแลกกับแขนข้างหนึ่งของอีกฝ่าย
จากเดิมที่จะเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิต กลับกลายเป็นว่าหากเขาแพ้ก็คือแพ้จริง ๆ แต่หากอีกฝ่ายแพ้ก็แค่เสียแ