วบคุมอารมณ์ของตนเองได้
แต่พอต้องเผชิญหน้ากับชุยฮ่าวผู้เป็นเจ้าเมืองตามลำพัง เขาก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที
ชุยฮ่าวเห็นเช่นนี้จึงหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า
“อย่าตื่นตระหนกไป ข้าแค่อยากถามว่าเจ้าชื่ออะไร”
“เรียนท่านเจ้าเมือง ข้าชื่อหวังสืออีขอรับ”
“หวังสืออี?”
ชุยฮ่าวทวนชื่อเบา ๆ จากนั้นสีหน้าก็จริงจังขึ้นมาทันที
“หวังสืออี รับคำสั่ง!”
“ขอรับ!”
“หวังสืออี นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือแม่ทัพประจำประตูทิศใต้ของเมืองอวิ๋นฉี!”
“หา?”
ทหารยามประตูเมือง หรือก็คือหวังสืออีชะงักไป เมื่อได้สติกลับมาก็พูดติดอ่าง
“ท่านเจ้าเมือง ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตกลงกันว่าแค่ย้ายไปอยู่บนกำแพงเมืองก็พอแล้วหรือขอรับ?”
ได้ยินดังนั้น ชุยฮ่าวก็ยิ้มน้อย ๆ
“ข้าก็ทำตามนั้นไม่ใช่หรือ”
หวังสืออี “???”
ชุยฮ่าว
“เจ้าได้เป็นแม่ทัพประตูทิศใต้ ก็สามารถขึ้นไปเฝ้ายามบนกำแพงเมืองได้ตามใจชอบ อยากเฝ้ายามที่ไหนก็ได้ ทั้งบนกำแพงหรือล่างกำแพง ก็แล้วแต่เจ้า”
“แต่ว่า…”
“พอเถอะ อย่ามาแต่อะไรอีกเลย”
ชุยฮ่าวก้าวเข้าไปตบบ่าหวังสืออีพลางเอ่ยอย่างมีนัยสำคัญ
“เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว”
“อีกอย่าง หลังจากวันนี้ให้เจ้ามาหาข้าที่จวนเจ้าเมือง จะรักษาประตูเมืองให้ดีด้วยวรยุทธ์แค่นี้มันเป็นไปไม่ได้”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่ลังเล ทิ้งให้หวังสืออียืนงงอยู่ตรงนั้น
ในเวลาเดียวกัน
ในขบวนรถที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้าของหลี่เต้า
จิ่วเอ๋