อร์โผล่หน้าออกมาจากม่านรถ ถามด้วยความสงสัยอย่างอดใจไม่ไหว
“คุณชาย พี่สาวพวกนั้นในขบวนเป็นใครกันหรือเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินคำถาม หลี่เต้าก็เล่าเรื่องราวของเมืองบาปให้จิ่วเอ๋อร์ฟังในขณะที่กำลังขับรถม้า
หลังจากฟังเรื่องราวจบ ดวงตาของจิ่วเอ๋อร์ก็แดงก่ำ น้ำตาไหลรินออกมาทีละหยด
“คุณชาย พี่สาวพวกนั้นช่างน่าสงสารเหลือเกิน”
พูดจบนางก็คว้าตัวหยวนเป่าที่เกาะอยู่บนบ่าของหลี่เต้ามาเช็ดน้ำตา
หยวนเป่า “???”
หลังจากสะอื้นไห้อยู่ครู่หนึ่ง จิ่วเอ๋อร์ก็ถามขึ้นว่า
“คุณชายเจ้าคะ พวกเราจะไปที่ใดกันต่อ”
“สถานที่ที่พวกเราจะไปกันนั้น เจ้าก็คุ้นเคยดี”
“ข้าคุ้นเคยหรือเจ้าคะ”
“อืม เพราะว่าพวกเราจะไปหมู่บ้านเถาหยวน”
สามวันต่อมา
ขบวนรถยาวเหยียดกำลังเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางโบราณเลียบภูเขา
บนรถม้าคันหนึ่ง จิ่วเอ๋อร์เอนศีรษะพิงแขนด้านข้างของหลี่เต้า นางหาวพลางพึมพำว่า
“คุณชาย อีกนานไหมเจ้าคะ กว่าพวกเราจะไปถึงหมู่บ้านเถาหยวน”
หลี่เต้ากวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบข้าง ครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
“ใกล้แล้ว อย่างมากก็อีกครึ่งชั่วยามเท่านั้น”
“อ้อ”
จิ่วเอ๋อร์รับคำก่อนพูดต่ออีกว่า
“ไม่รู้ว่าพี่ซิ่วกับคนอื่น ๆ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง น่าจะออกมาได้แล้วกระมัง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
พูดจบ หลี่เต้าก็รู้สึกว่าหูของเขากระตุกเล็กน้อย
ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขากวาดตามองไปยังเนินเขารอบด้าน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
จิ่วเอ๋อร์สังเกตเห็นปฏิกิริยาแปลก ๆ ขอ