านที่อาศัยอยู่มาหลายเดือน นางกล่าวด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์
“คุณชาย พวกเราจะได้กลับมาที่นี่อีกหรือไม่เจ้าคะ”
หลี่เต้ามองไปรอบ ๆ แล้วพยักหน้า
“ได้สิ หากมีโอกาสก็จะกลับมาอีก”
“เช่นนั้นก็ดี”
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ให้โม่เฉี่ยนบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อไปพบกับไป๋เฉี่ยน
หลังจากนั้นหลี่เต้าจึงนำเสี่ยวไป๋ กับจิ่วเอ๋อร์และหยวนเป่าเข้าไปในรถม้าพร้อมกัน แล้วขับรถม้ามุ่งหน้าไปยังนอกเมืองตามที่นัดหมายกับจางเมิ่งและคนอื่น ๆ ไว้เมื่อวาน
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป
หลี่เต้าและจิ่วเอ๋อร์นั่งรถม้ามาถึงนอกเมืองก่อน
อาจเป็นเพราะมาถึงเร็วเกินไป จึงยังไม่เห็นเงาของพวกจางเมิ่ง ดังนั้นหลี่เต้าเลยจอดรถม้าไว้ข้างทางและรอคอยอย่างเงียบ ๆ
ทว่าในตอนนั้นเอง ได้มีเสียงทักทายดังขึ้นจากด้านข้าง
“เจ้า… เจ้าก็คือคนนั้นใช่หรือไม่!”
หลี่เต้ามองไปตามทิศทางของเสียง เห็นทหารยามประตูเมืองผู้หนึ่งกำลังชี้มาที่เขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
หลังจากเห็นใบหน้าของทหารยามประตูเมือง หลี่เต้าก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็นึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับทหารยามผู้นี้ได้
หากจำไม่ผิด ตอนที่เพิ่งมาถึงเมืองอวิ๋นฉีครั้งแรก เขาเคยพูดคุยกับทหารยามผู้นี้ แม้แต่การที่เขาตัดสินใจไปสมัครเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเสิ่นจง ก็เป็นเพราะคำแนะนำของทหารยามผู้นี้
หลังจากพยายามนึกอยู่พักใหญ่ ทหารยามประตูเมืองก็จดจำหลี่เต้าได้
เห็นได้ชัดว่าดวงตาของเขาฉายแววตื่นเต้น ก่อนจะเอ่ยด้ว