ยความดีใจว่า
“ข้าจำเจ้าได้แล้ว เจ้าก็คือหนุ่มน้อยที่มาสมัครเป็นทหารที่เมืองอวิ๋นฉีเมื่อหลายเดือนก่อนใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ไม่คิดว่าท่านจะจำข้าได้”
ทหารยามประตูเมืองหัวเราะ
“หากเป็นคนทั่วไปข้าคงลืมไปแล้ว แต่เจ้าได้สร้างความประทับใจไว้ลึกซึ้ง ด้วยรูปโฉมเช่นนี้ แต่กลับมาสมัครเป็นทหารที่เมืองอวิ๋นฉี ทั้งเมืองอวิ๋นฉีคงมีเพียงเจ้าผู้เดียวกระมัง”
จู่ ๆ เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยว่า
“ตอนนั้นเจ้าคงไม่ได้ไปสมัครเป็นทหารที่กองทัพของแม่ทัพเสิ่นจงจริงๆ กระมัง”
“เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น?”
ทหารยามประตูเมืองมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนอยู่แถวนั้น จึงค่อย ๆ เข้าไปใกล้หลี่เต้าแล้วกระซิบเสียงเบา
“ตอนนั้นเจ้าคงไปร่วมคัดเลือกทหารของแม่ทัพเสิ่นจงแต่ไม่ได้รับคัดเลือก มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่มาปรากฏตัวที่นี่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็เข้าใจความหมายของทหารยามประตูในทันที
เพราะด้วยศึกที่ด่านฟู่เฟิงเมื่อไม่นานมานี้ ทหารที่เข้าร่วมกองทัพในตอนนั้น เก้าในสิบคนล้วนตายบนสนามรบ มีเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตอยู่นอกด่านฟู่เฟิง
ในสายตาของทหารยาม หลี่เต้าคงเป็นคนที่ไม่ได้รับคัดเลือกในตอนนั้น จึงพักอาศัยอยู่ที่เมืองอวิ๋นฉีชั่วคราว โชคดีที่รอดพ้นจากหายนะครั้งนั้นมาได้
ทหารยามถอนหายใจราวกับพูดถึงเรื่องเศร้า
“พวกเราสองคนนับว่าโชคดี เจ้าบังเอิญไม่ได้รับคัดเลือกจึงรอดพ้นมา