่จริง ๆ ล่ะ”
ทหารยามคิดว่าหลี่เต้ากำลังพูดหยอกล้อ จึงกล่าวว่า
“ถ้าเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่จริง เจ้าก็รีบทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าเสียที ข้าไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก แค่ตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก ย้ายข้าจากด้านล่างกำแพงเมืองขึ้นไปบนกำแพงเมืองก็พอ”
“แค่นั้นจริง ๆ หรือ? ถ้าข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ ท่านจะขอมากกว่านี้ก็ได้นะ”
“ไม่ต้องหรอก ข้าขอแค่นี้ ขอเพียงให้ข้าแอบอู้ได้สะดวกก็พอ”
ทหารยามหัวเราะยกใหญ่
“จริงรึ?”
“จริง”
“ไม่คิดเปลี่ยนใจนะ”
“ไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด”
ทหารยามกล่าวอย่างหนักแน่น
“พูดอะไรไว้ ข้าจะไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเด็ดขาด”
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เต้าจึงพยักหน้า
“ได้”
อาจเป็นเพราะพูดคุยกันสักพักแล้ว จนรู้สึกคุ้นเคยกันขึ้น ทหารยามหนุ่มเห็นหลี่เต้าทำท่าจริงจัง จึงใช้หมัดเคาะไหล่ของหลี่เต้าเบา ๆ แล้วพูดหยอกเย้าด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าหนุ่มเอ๋ย เจ้าถือสาคำพูดข้าจริงจังเกินไปแล้ว อย่าคิดมากไปเลย หากเจ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเพราะคำพูดเล่น ๆ ของข้า พี่ชายคนนี้รับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ”
ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากในเมืองอวิ๋นฉี
ไม่นาน เสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้นจากด้านในประตูเมือง
ทหารยามหนุ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ สีหน้าจึงเปลี่ยนไปแล้วกล่าวว่า
“น้องชาย ข้าคงพูดกับเจ้าไม่ได้มากกว่านี้แล้ว มีบุคคลสำคัญกำลังจะมา ข้าต้องไปก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าอย่าได้ทำอะไรหุนหันพลันแล่นเชียว”
เขาทิ้งคำพูดนั้นไ