ง
แม้เสิ่นจงจะขอลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะฮ่องเต้ยังไม่ได้เอ่ยปาก ดังนั้นตามหน้าที่แล้ว เขาก็ยังคงเป็นแม่ทัพด่านฟู่เฟิง จึงยังคงพักอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพ
หยางหลินในตอนนี้เป็นแม่ทัพของกองทัพเจิ้นเป่ยใหม่ ควบคุมกำลังพลทั้งหมดของด่านฟู่เฟิง ถือว่าเป็นแม่ทัพของด่านฟู่เฟิงเช่นกัน ดังนั้นจึงพักอยู่ที่นี่ด้วย
ส่วนหลี่เต้าไม่ต้องพูดถึง เขาเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพชั่วคราว ตอนนี้ยิ่งเป็นรองแม่ทัพของกองทัพเจิ้นเป่ยใหม่อย่างเป็นทางการ การพักอยู่ที่นี่จึงไม่มีปัญหา
ดังนั้น จวนแม่ทัพแห่งนี้จึงมีแม่ทัพพักอาศัยอยู่ถึงสามคน
ดูเหมือนทั้งสองจะรู้สึกถึงการมาของหลี่เต้า หลังจากประมือกันอีกหลายสิบกระบวนท่าก็หยุดลง
หยางหลินอดที่จะเอ่ยชื่นชมไม่ได้
“ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าหนูเสิ่น พลังหมัดของเจ้าก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว แต่ก่อนนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทาน แต่ตอนนี้เริ่มมีทั้งความแข็งและนุ่มนวลผสมผสานกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก่อนที่เจ้าจะฝึกฝนถึงระดับปรมาจารย์ขั้นปลาย คงไม่พบอุปสรรคใด ๆ สามารถบรรลุขั้นต่อไปได้อย่างราบรื่น”
เสิ่นจงยิ้มบาง เอ่ยขึ้นเชื่องช้า
“ในยามคับขันย่อมเห็นแก่นแท้ เป็นเรื่องของโชคชะตา”
สีหน้าของหยางหลินบึ้งตึง
“เจ้าหนู เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านลุงหยางลองดูบ้างก็ได้ บางทีอาจได้โอกาสเห็นแสงสว่างของขั้นมหาราชาปรมาจารย์ก็เป็นได้”
เสิ่นจงตอบ
สีหน้าหยางหลินดำมืดลงทันที
“เจ้าหนูน้อย หากเจ้ายังพ