นั้นคืออะไรกันแน่”
เสียงยั่วยวนหัวเราะคิกคักดังขึ้น
“เช่นนั้นตอนนี้เจ้ารู้แล้ว ก็ยังไม่สายนัก”
“จะไม่สายได้อย่างไร หากข้ารู้เมื่อหลายเดือนก่อน ข้าก็คง…”
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้างดงามขององค์หญิงหมิงเยว่แข็งค้าง คำพูดที่เหลือไม่อาจเอ่ยออกมาได้
“หากให้เจ้ารู้แล้วจะเป็นเช่นไร จะกำจัดนางหรือ? ลองคิดดูดี ๆ หากตอนนั้นเจ้ารู้จริงๆ เจ้าจะทำลงคอหรือไร”
เสียงยั่วยวนดังขึ้นอย่างเหมาะเจาะ
“ข้าก็คือตัวเจ้า ดังนั้นข้าจึงเข้าใจเจ้าดี ทั้งเจ้าและข้าต่างก็กำจัดนางไม่ได้หรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้น องค์หญิงหมิงเยว่จึงตกอยู่ในความเงียบ
หลังจากผ่านไปนาน นางกัดริมฝีปากแดงด้วยฟันขาวสะอาด แล้วเอ่ยถามขึ้น
“แล้วตอนนี้จะทำเช่นไร? หากปล่อยไว้เช่นนี้ สักวันก็ต้องถูกค้นพบ ข้าคงไม่อาจอยู่แต่ในตำหนักหมิงเยว่ไปตลอดกาลได้”
“จะทำเช่นไรหรือ?”
เสียงยั่วยวนหัวเราะ
“ง่ายมาก มาขอร้องข้าสิ ขอร้องข้า แล้วข้าจะช่วยเจ้าเอง”
“ขอร้องเจ้าหรือ?”
องค์หญิงหมิงเยว่ขมวดคิ้วเรียวงามของนาง
“เจ้าบอกว่าเจ้าก็คือข้า การช่วยข้าก็เท่ากับช่วยตัวเจ้าเอง หรือว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้าล้วนเป็นการหลอกลวงข้า”
“ข้าไม่ได้หลอกลวงเจ้า อีกอย่างการหลอกลวงเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อันใด”
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ช่วยข้า”
“นั่นก็เพราะว่า…”
เสียงอ่อนหวานหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงซับซ้อน
“นั่นก็เพราะว่าเจ้าอยู่ข้างนอก ส่วนข้าอยู่ข้างใน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้