่เจ้ากับข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วเจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไร”
เมื่อเผชิญกับคำถามนี้ เสียงอันเย้ายวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“คำถามนี้ รอให้เจ้าขอร้องข้าเสร็จแล้วจะรู้เอง”
“…”
ครู่หนึ่งผ่านไป
องค์หญิงหมิงเยว่สูดลมหายใจลึก ริมฝีปากสีแดงเผยอขึ้นเล็กน้อยก่อนเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาเชื่องช้า
“ข้าขอร้องเจ้า”
เสียงยั่วยวนดังขึ้น
“เสียงเบาเกินไป ไม่จริงใจพอ ลองใหม่”
องค์หญิงหมิงเยว่กำหมัดแน่น ใบหน้างามแดงระเรื่อ แต่สุดท้ายก็อดทนเอ่ยออกมา
“ข้าขอร้องเจ้า”
“ครั้งนี้เสียงเย็นชาเกินไป ต้องมีความกระตือรือร้นกว่านี้ การขอร้องผู้อื่นต้องมีท่าทีของผู้ขอร้องด้วย”
“ข้าขอร้องเจ้า”
“ครั้งนี้ก็ยังใช้ไม่ได้ ดูเสแสร้งเกินไป ข้าไม่รู้สึกถึงความจริงใจเลย”
“…”
หลังจากถูกแกล้งหลายครั้ง องค์หญิงหมิงเยว่ก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว ท่าทีเย็นชาแตกสลาย น้ำเสียงเจือความอับอายและโทสะเอ่ยว่า
“พอได้แล้ว”
ทว่าเสียงยั่วยวนก็ดังขึ้นมาทันใด ในนั้นแฝงแววพึงพอใจ
“ดีละ แค่นี้ก็พอแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ที่กำลังโกรธอยู่ถึงกับชะงัก ความโกรธในใจถูกสกัดกั้น รู้สึกอยากจะระเบิดโทสะแต่กลับไม่รู้จะระบายออกมาอย่างไร
หลังจากรอสักครู่ เมื่อนางสงบจิตใจลงได้แล้ว ท่าทีก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม นางเอ่ยปากว่า
“ข้าทำตามที่เจ้าบอกแล้ว ตอนนี้เจ้าช่วยข้าได้แล้วกระมัง”
“ได้ ต่อไปเจ้าต้องดูให้ดีนะ”
เสียงทรงเสน่ห์ตอบ
เมื่อเสียงข้างหูเงี