ยบลง ดวงตากระจ่างขององค์หญิงหมิงเยว่ก็มองไปที่ท้องของตนเองโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นนางก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นท้องของตนเองเปล่งประกายสีม่วงอมชมพูออกมาเป็นสาย
ตามด้วยความรู้สึกร้อนวูบในท้อง
เห็นได้ชัดว่าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยนั้น เริ่มยุบลงในความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ครู่ต่อมา ความนูนที่ท้องน้อยของนางก็หายไป กลายเป็นแบนราบเหมือนเดิม
เมื่อได้สติ ดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ก็ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
นางเอื้อมมือไปลูบท้องโดยไม่รู้ตัว และพบว่าท้องของนางยังคงนูนอยู่ เพียงแต่ด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นท้องแบนเรียบเท่านั้น
เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้หายไปจริง ๆ นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทันใดนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมา เพราะความสามารถเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก
“เพียงเท่านี้ก็พอแล้วหรือ? จะไม่ใช่แค่ข้าที่มองเห็นเป็นเช่นนี้กระมัง”
นางถามขึ้น
“วางใจเถิด ผู้อื่นก็จะมองเห็นเป็นเช่นนี้เหมือนกัน เจ้าเพียงแต่ระวังอย่าให้ผู้ใดแตะต้องตัวเจ้าก็พอ”
ทันใดนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็ถามขึ้น
“เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าทำได้อย่างไรกัน เจ้ากับข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำไมเจ้าทำได้แต่ข้าทำไม่ได้”
“เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด ส่วนเหตุใดเจ้าจึงทำไม่ได้ ข้าก็ไม่อาจล่วงรู้”
เสียงอันเย้ายวนตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
แต่ต่อมานางก็นึกถึงปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือหากค