เจียงหานสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่าน เขามองไปยังหม้อเล็กบนโต๊ะถามว่า “คางคกวิเศษฟ้าดิน โชคชะตาของต้าจิ่งเปลี่ยนแปลงไปหรือยัง”
“ยัง” คางคกวิเศษฟ้าดินตอบเช่นนั้น
เจียงหานไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงความรู้สึกของตนเองหรือไม่ เขารู้สึกราวกับว่าคางคกวิเศษฟ้าดินมีความเป็นวิญญาณน้อยลง แต่จะให้อธิบายว่าลดน้อยลงตรงไหน เขาก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เจียงหานถามอย่างแปลกใจว่า “ถึงขั้นตีเผ่าเฉียงเหลียงล่าถอยได้แล้ว เหตุใดโชคชะตาของต้าจิ่งยังไม่เปลี่ยนเล่า”
คางคกวิเศษฟ้าดินไม่ตอบ มันจะตอบเพียงแค่ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ได้อธิบายหรือไขข้อข้องใจ
เจียงหานเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง เมืองซุ่นเทียนเงียบสงัดจนน่ากลัว ไม่เหมือนเมืองที่เพิ่งได้รับชัยชนะเลยแม้แต่น้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ไมอาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของต้าจิ่งได้เลย
เจียงหานเคยคิดจะไปหามรรคาจารย์ แต่หากไปแล้วจะเป็นอย่างไรเล่า เขาจะกล่าวว่าอย่างไร ข้อเรียกร้องของเขาจะเป็นสิ่งใดกัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เจียงเยี่ย น้องชายคนที่เจ็ดของเขา ได้เป็นอ๋องผู้ครองรัฐก็เพราะถ้อยคำของมรรคาจารย์ นี่คือเหตุผลที่หลังจากเขาขึ้นครองตำแหน่งโอรสสวรรค์แล้วยังไม่เคยแตะต้องเจียงเยี่ยเลย ความบาดหมางในวัยเยาว์ก็ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น แต่เรื่องนี้กลับเป็นเสมือนหนามเส้นหนึ่ง เขาไม่อาจแน่ใจได้เลยว่