“มรรคาจารย์เก่งขนาดนั้น เหตุใดไม่ลงมือให้เร็วกว่านี้? ต้องให้ลูกหลานต้าจิ่งของพวกเราตายไปมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือ”“มรรคาจารย์ไม่ใช่สามารถฟื้นตายกลับเป็นได้หรือ เหตุใดไม่ช่วยเหลือต้าจิ่งละ?”“การฟื้นตายกลับเป็นของมรรคาจารย์ต้องแลกด้วยอายุขัยของเขาเองนะ! ผู้คนเป็นล้านเขาจะกล้าช่วยได้อย่างไร อีกทั้งเจ้ายังไม่สังเกตเลยหรือว่ามรรคาจารย์กับพวกเราห่างเหินขึ้นทุกวัน แม้แต่โอรสสวรรค์ยังออกจากเมืองจิงเฉิงไปแล้ว”“เรื่องพวกนั้นช่างเถอะ ข้ากลับกังวลเรื่องความแข็งแกร่งของมรรคาจารย์มากกว่า เขาแข็งแกร่งถึงขั้นที่วิถียุทธ์ของต้าจิ่งเทียบไม่ติด ข้าได้ยินจากพี่ชายคนหนึ่งว่า พละกำลังที่มรรคาจารย์แสดงออกมานั้นสามารถปราบผู้ฝึกยุทธ์ในต้าจิ่งได้ทั้งหมด… หากวันหนึ่งมรรคาจารย์เป็นศัตรูกับต้าจิ่ง หรือเผลอเดินผิดทาง เช่นนั้นต้าจิ่งจะไม่ถึงคราวจบสิ้นหรือ?”
เสียงเช่นนี้มีไม่มาก และมักเป็นการนินทาลับหลัง เพราะมรรคาจารย์ยังคงอยู่ในเมืองจิงเฉิงพวกเขาไม่กล้าพูดจาอุกอาจ แต่เมื่อเมืองจิงเจิงยังเป็นเช่นนี้ นับประสาอะไรกับเมืองอื่น
เหตุผลหลักก็คือความสูญเสียของต้าจิ่งนั้นใหญ่หลวงเกินไป ทำให้ราษฎรจำนวนมากที่สูญเสียครอบครัวเกิดความเคียดแค้นต่อเจียงฉางเซิง ความแค้นนี้แพร่กระจายออกไป ส่งผลให้ผู้คนพลอยมีใจต้านมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ตั้งแต่ย้ายมาที่ไท่ฮวง ต้าจิ่งจะยิ่งเข้มแข็งขึ้นก็ตาม แต่จิตใจของผู้คนทั่วหล้าก็เปลี่ยนตามไปด้วย หล