่โดนโบยด้วยไม้ทหารเพิ่มอีกหน่อย ตราบใดที่เขายังไม่ตาย สักวันเขาก็จะต้องแก้แค้นได้
เสิ่นจงเห็นท่าทีดื้อรั้นของฉีเซิ่งก็ราวกับมองทะลุความคิดของเขา จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉีเซิ่ง เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่สำคัญอะไรใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ฉีเซิ่งรู้สึกถึงลางร้ายวูบขึ้นในใจ จากนั้นเสียงของเสิ่นจงก็ดังเข้าสู่โสตประสาท
“ฉีเซิ่ง เจ้าใช้วาจาดูหมิ่นเพื่อนร่วมงาน ด่าทอผู้บังคับบัญชา นี่คือความผิดฐานผู้น้อยละเมิดผู้ใหญ่”
ความผิดฐานผู้น้อยละเมิดผู้ใหญ่?
เมื่อได้ยินข้อหานี้ ฉีเซิ่งรู้สึกโล่งอก ข้อหาที่เฉินโหยวยกมาก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ยิน แต่ข้อหาผู้น้อยละเมิดผู้ใหญ่นี้เขาเขาเคยได้ยินมาบ้าง โดยทั่วไปก็แค่ถูกลงโทษให้คุกเข่า ตบปาก หรือโบยด้วยไม้พลอง
แต่คำพูดต่อมาของเสิ่นจงกลับทำให้เขาตะลึงงัน
“การที่ผู้น้อยละเมิดผู้ใหญ่ถือเป็นความผิดร้ายแรง สมควรได้รับโทษประหาร”
“อะไรนะ!”
ฉีเซิ่งพยายามเงยหน้าขึ้นพูดว่า “เสิ่นจง ท่านใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม”
“ข้าใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
เสิ่นจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มันเป็นแค่ความผิดฐานผู้น้อยล่วงเกินผู้ใหญ่เท่านั้น ท่านจะตัดสินประหารข้าด้วยเหตุใด”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นจงจึงหันไปถาม
“มีผู้ใดรู้บ้างว่าในราชวงศ์ต้าเฉียนของเรา โทษฐานผู้น้อยละเมิดผู้ใหญ่นั้นมีการลงโทษเช่นไร?”
เมื่อคำถามนี้ถูกเอ่ยออกมา สายตาของทุกคนก