าแล้ว”
พูดจบ เขาก็เดินไปข้างเตียงแล้วเปิดจุกน้ำเต้า
ในชั่วพริบตา กลิ่นอายของเลือดวิเศษแผ่ซ่านออกมาจากน้ำเต้า กระจายไปทั่วทั้งห้องในทันที
ทุกคนต่างหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวและสูดดมกลิ่นนั้นเข้าไป
ท่านเจิ้งเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา เขาถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“นี่คือยาอะไรกัน?”
“ยาลับประจำตระกูล”
หลี่เต้าตอบ
จากนั้นเขาก็นำปากน้ำเต้าเข้าใกล้เสิ่นจง ขณะที่กำลังจะงัดปากให้เปิด ก็พบว่าเสิ่นจงอ้าปากขึ้นมาเอง
เมื่อเห็นภาพนั้น หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาฉายแววประหลาดใจ แต่มือก็ไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหว เริ่มเทยาวิเศษลงไป จนกระทั่งเสิ่นจงดื่มยาวิเศษในน้ำเต้าหมด เขาจึงเก็บมันไว้
ต่อจากนี้ก็เหลือเพียงรอปาฏิหาริย์
เมื่อยาวิเศษไหลผ่านลำคอ ร่างของเสิ่นจงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าที่เดิมซีดขาวเพราะเสียเลือดมากเกินไป พลันกลับมามีสีเลือดฝาด คิ้วที่ขมวดอยู่ก็ค่อย ๆ คลายลง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนรอบข้างต่างเผยสีหน้ายินดี เพราะนั่นแสดงว่าสภาพร่างกายของเสิ่นจงกำลังดีขึ้น
“ยาวิเศษใช้ได้ผล มันใช้ได้ผลจริง ๆ!”
จ้าวถ่งเอ่ยด้วยความตื่นเต้นที่ข่มไว้ไม่อยู่
“อย่าเพิ่งดีใจไป รอดูอาการต่อไปก่อนค่อยว่ากัน”
จากนั้นท่านเจิ้งก็จับชีพจรที่ข้อมือของเสิ่นจงอีกครั้ง
เมื่อชีพจรเต้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มยินดี เพราะจากชีพจรที่จับได้ ร่างกายของเสิ่นจงกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร