้อยคำ
เพียะ!
ในชั่วขณะถัดมา ฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดลงบนหน้าผากของหยางเหยียน
หยางหลินมองดูหยางเหยียนที่จ้องเขาด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ อดสงสัยไม่ได้ว่าสายเลือดตระกูลหยางมาถึงรุ่นนี้เกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่เช่นนั้นทำไมถึงให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ออกมา
หยางหลินมองหยางเหยียนพลางกล่าว
“หากเจ้าสงสารน้องชายฉีของเจ้าที่ต้องทนทุกข์ เจ้าก็ออกไปรับโทษพร้อมเขาแล้วกัน”
“ไม่ ๆ ๆ”
หยางเหยียนรีบส่ายหน้า
อันที่จริง ตั้งแต่ตอนที่ฉีเซิ่งถูกคนอื่นร้องเรียนความผิด เขาก็รู้แล้วว่าฉีเซิ่งมีปัญหา ที่เผลอคัดค้านออกมาก็แค่เพราะรู้สึกไม่อยากยอมรับเท่านั้น
ในใจไม่อยากยอมรับว่าคนที่เขาเห็นชอบจะเป็นคนเช่นฉีเซิ่ง หยางเหยียนรู้สึกสับสนในใจเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
หลังจากเรื่องของฉีเซิ่งคราวนี้ เขาคงไม่พ้นถูกขนานนามว่าคบเพื่อนชั่วไปทั้งชีวิต
…
ไม่นานนัก ผู้คนก็มาชุมนุมกันที่หน้าโถงใหญ่
เมื่อเห็นฉีเซิ่งถูกกดตัวลงบนแท่นหิน ผู้คนจากด่านฟู่เฟิงต่างมีสีหน้าสะใจ ส่วนคนของหยางหลินก็มาดูเพียงเพราะอยากรู้อยากเห็น
หลังจากนั้น จางเมิ่งและเสวียปิงสองคนถือไม้กระบองยืนขนาบข้างฉีเซิ่ง
เมื่อหลี่เต้าพยักหน้า ทั้งสองก็เริ่มการลงโทษ
เนื่องจากการลงโทษในกองทัพไม่อนุญาตให้ใช้พลังปราณแท้ป้องกันตัว ฉีเซิ่งจึงต้องรับการลงโทษด้วยกายเนื้อล้วน ๆ
และแน่นอนว่าผู้ลงโทษทั้งสองก็ห้ามใช้พลังปราณแท้เช่นกัน ต้องใช้เพียงกำลังร่างกายเท่านั้น
หากเป็นการรับโทษทัณฑ์ท