ที่เขาจัดการส่งเข้าไปในค่ายหวงซาหรือ?
หากเป็นเช่นนั้น ช่างน่าขำเหลือเกิน ทหารธรรมดาที่เขาคอยกลั่นแกล้งทุกที่ทุกทาง วันหนึ่งกลับได้ขึ้นมาอยู่เหนือหัวเขา นี่มันเหมือนสวรรค์กำลังหยอกล้อเขาชัด ๆ
ในตอนนั้นเอง หลี่เต้ามองไปยังขบวนทหารที่ยาวเหยียดเบื้องหลัง สังเกตเห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของพวกทหาร จึงกล่าวว่า
“แม่ทัพหยาง พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีหรือไม่ ทหารที่เหลือจะได้ไปหาที่พักผ่อน ไม่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางหลินก็พยักหน้า หลังจากยืนยันได้แล้วว่าด่านฟู่เฟิงไม่ได้ถูกชนเผ่าเป่ยมหานยึดครอง ก็ควรให้เหล่าทหารที่เดินทางมาไกลได้พักผ่อนเสียที
ไม่นานหลังจากนั้น ยกเว้นทหารธรรมดาและแม่ทัพระดับล่าง แม่ทัพบางส่วนของด่านฟู่เฟิงและคณะที่หยางหลินพามา ก็ได้มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ
ทั้งสองฝ่ายนั่งเต็มห้องโถงใหญ่คนละด้านในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนฉีเซิ่งในตอนนี้ไม่ได้นั่งข้างเหล่าแม่ทัพแห่งด่านฟู่เฟิง แต่กลับไปนั่งข้างหยางเหยียน ในตำแหน่งที่สองรองจากหยางหลิน
หลี่เต้าไม่รู้จักฉีเซิ่งจึงไม่ได้พูดอะไร แต่โหวหย่วนเลี่ยงสังเกตเห็นภาพนั้น จึงเอ่ยเตือนว่า
“ฉีเซิ่งเจ้านั่งผิดที่แล้ว รีบย้ายมานี่เร็วเข้า”
พอได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของฉีเซิ่งก็ฉายแววไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ยอมลุกขึ้นอย่างว่าง่าย
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ หยางเหยียนก็ดึงตัวฉีเซิ่งเอาไว้ แล้วกล่าวว่า
“ก็แค่ที่นั่งเท่านั้น ข้ากั