บน้องชายฉีคุยถูกคอกันมาก ให้เขานั่งข้างข้าคงไม่มีปัญหาอะไรกระมัง”
โหวหย่วนเลี่ยงขมวดคิ้ว เอ่ยขึ้น “ไม่มีปัญหาก็จริง แต่ว่า…”
“ไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว”
พูดจบ หยางเหยียนก็ออกแรงกดตัวฉีเซิ่งให้นั่งลงบนที่นั่งอย่างง่ายดาย
หลี่เต้าเห็นภาพนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น “ท่านแม่ทัพโหว นี่มัน…”
เรื่องอัปยศในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายออกไป โหวหย่วนเลี่ยงจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเบา ๆ
“ท่านผู้บัญชาการ ฉีเซิ่งเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของแม่ทัพเสิ่น”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็พยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ฉีเซิ่ง
และฉีเซิ่งเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกได้ จึงมองไปที่หลี่เต้า สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ
เพียงชั่วขณะ ฉีเซิ่งก็หลบสายตาไป หากหลี่เต้ายังคงเป็นเพียงทหารยศต่ำ เขาคงไม่ทำเช่นนี้ แต่ในเวลานี้หลี่เต้ามีตำแหน่งสูงกว่าเขา หากมองนานเกินไปคงรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
ทางด้านหลี่เต้าสายตาวาบขึ้น แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นศัตรูอันเข้มข้นในสายตานั้น
แต่เขาเพิ่งพบอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ แต่เดิมเรื่องนี้อาจปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้ ถึงอย่างไรหยางเหยียนก็เป็นหลานชายของหยางหลิน และเป็นเพียงเรื่องที่นั่งเท่านั้น หลี่เต้าคงไม่ก่อเรื่องอะไร
ในตอนนั้นเอง ร่างหนึ่งพลันปรากฏกายกลางห้องโถง คุกเข่าครึ่งท่าพลางประสานมือคำนับ
เมื่อเห็นคนที่คุกเข่าอยู่กลางห้องโถง สีหน้าของฉีเซิ่งและหยางเหยียนก็เปลี่