ากาศ ร่างของเสิ่นจงก็ลอยขึ้นจากหลังม้ามาอยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่หมดสติชัดเจน เขาก็ขมวดคิ้วเอ่ย
“เป็นเจ้าหนูเสิ่นจงจริง ๆ ด้วย!”
เขายื่นมือคว้าข้อมือของเสิ่นจง ถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไป หลังสัมผัสได้ชั่วครู่ คิ้วของหยางหลินก็ขมวดแน่น
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่จมดิ่งอยู่ในภวังค์เสมือนตาย เจ้าหนูเสิ่นจงคนนี้ใกล้จะสิ้นใจแล้ว”
ฉีเซิ่งที่อยู่ด้านข้างอธิบายด้วยสีหน้า ‘เศร้าโศก’ ว่า
“ก่อนหน้านี้ท่านเจิ้งในกองทัพได้ตรวจดูแม่ทัพเสิ่นแล้ว บอกว่าหากแม่ทัพเสิ่นสูญเสียพลังวิญญาณหมดก็จะสิ้นชีวิต”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางหลินก็มองดูเสิ่นจงพลางพยักหน้า
“จริงอย่างที่ว่า พลังวิญญาณในร่างของเจ้าหนูเสิ่นจงคนนี้ใกล้จะหมดสิ้นแล้ว”
ทันใดนั้น พลังวิญญาณก็มารวมกันอยู่ในฝ่ามือของหยางหลิน เขาส่งมันเข้าไปในร่างของเสิ่นจง
“ข้าช่วยต่อลมหายใจให้เขาได้อย่างมากแค่สามวัน ที่เหลือก็ต้องดูว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นหรือไม่”
จากนั้นเขาก็มองไปที่ฉีเซิ่ง
“เจ้าหนูตระกูลฉี ก่อนที่กองทัพจะไปถึงด่านฟู่เฟิง ตอนนี้เจ้าสามารถเล่าทุกสิ่งที่เจ้ารู้ออกมาได้แล้ว”
ความเป็นความตายของเสิ่นจงนั้นสำคัญ แต่เรื่องที่ด่านฟู่เฟิงสำคัญยิ่งกว่า เมื่อได้ยินดังนั้น ฉีเซิ่งก็รู้ว่าโอกาสของตนมาถึงแล้ว
เขาจึงเริ่มเล่าตั้งแต่การทรยศของถังซัน แต่ต่างจากความเป็นจริงที่ว่าถังซันทรงยศอย่างกะทันหัน และเสิ่นจงได้นำพวกเขาฝ่าวงล้อมออกมาได้อย่างยากลำบาก ใ