กเบา ๆ หนึ่งครั้ง โดยที่เขาไม่ทันสังเกตเห็น
หลังผ่านไปชั่วก้านธูปหนึ่ง เมื่อเห็นเมืองอวิ๋นฉีใกล้เข้ามาทุกที ฉีเซิ่งที่กำลังควบม้าอย่างบ้าคลั่งบนถนนโบราณก็รั้งบังเหียนม้าหยุดกะทันหัน มองดูภาพที่อยู่ไกลออกไปด้วยสายตาประหลาดใจ
หลังจากมองเห็นได้ชัดเจน เขาก็อดพึมพำออกมาไม่ได้
“กองกำลังเสริมมาถึงที่นี่แล้วหรือ?”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รีบยกมือขึ้นทำให้เส้นผมของตัวเองยุ่งเหยิง แล้วก็ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าอกตัวเองอย่างฉับพลัน
พรวด! เลือดสดพุ่งออกมาจากปากของเขา
เขาทนความไม่สบายตัวพลางพูดกับตัวเอง
“แบบนี้น่าน่าจะพอแล้ว”
… นอกเมืองอวิ๋นฉี กองกำลังเสริมที่ราชวงศ์ต้าเฉียนส่งมากำลังเคลื่อนพลอยู่บนถนนโบราณ กองทัพหนึ่งแสนนายทอดยาวไปไกลลิบ
ณ ตำแหน่งกลางขบวนของกองทัพหนึ่งแสนนายนี้ มีชายสองคนสวมชุดแม่ทัพขี่ม้าเคียงกันมา
ชายที่อยู่ด้านหน้าสวมเกราะสีทองอ่อน เขาคือแม่ทัพผู้นำกองกำลังเสริมหนึ่งแสนนายของต้าเฉียน เขาคือหยางหลิน บรรดาศักดิ์ไท่ผิงกง ถือเป็นบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 2
ใบหน้าของหยางหลินมีโครงหน้าคมชัด ผมที่ขมับเริ่มขาว ดูเหมือนชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปี แต่ความจริงเขามีอายุเกินร้อยปีแล้ว
สาเหตุที่ดูอ่อนวัยเช่นนี้ เป็นเพราะพลังของเขาเทียบเท่ากับเสิ่นจง ทั้งคู่ล้วนบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์ และยิ่งไปกว่านั้น เขายังอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นปลายอีกด้วย
ในยามที่ยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์แทบจะไม่ปรากฏตัวสู่ภายนอก ผ