“การต่อสู้ระหว่างเผ่าจะดูไม่งามได้อย่างไร ข้ารอเจ้ามานานแล้ว!”
มหาราชาเผ่าเฉียงเหลียงจ้องมองฟากว้าง สีหน้าไร้อารมณ์
กำขวานหินยักษ์ในมือแน่นก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
นักรบเผ่าเฉียงเหลียงขั้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดินที่เหลือต่างหลีกทางให้
ขณะเดียวกันเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่กำลังต่อสู้ต่างก็หวั่นใจลึกๆ
ขั้นจักรพรรดิฟ้าดินเป็นระดับขั้นใดกัน
จีอู๋จวินนึกถึงขั้นจักรพรรดิยุทธ์ เผ่าเฉียงเหลียงกลับมีจักรพรรดิยุทธ์อยู่จริงๆ
แต่เมื่อคิดว่านี่คือเผ่าอันแข็งแกร่งที่เคยขับไล่เผ่ามนุษย์มาก่อน
ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีจักรพรรดิยุทธ์
นางจึงเริ่มตั้งความหวังขึ้นในใจ นางอยากรู้ว่ามรรคาจารย์จะรับมือจักรพรรดิยุทธ์ได้ทรงพลังแค่ไหน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดนางก็เริ่มรู้สึกว่าขั้นจักรพรรดิยุทธ์ไม่คู่ควรกับสถานะของมรรคาจารย์อีกต่อไป
มู่หลิงลั่วที่อยู่ในสภาวะพร้อมรบได้ยินเสียงของเจียงฉางเซิง สายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แต่ก็รีบจดจ่อกลับไปที่การต่อสู้อย่างรวดเร็ว
เยี่ยสวินตี๋ เทพกระบี่ เจียงหลัว ฮวงชวน หลิงเซียว จูเทียนจื้อ
หลวงจีนเทวะกัสสปะ หยางโจว รวมถึงสิบแปดกลุ่มดาว ทั้งหมดเคยพบมรรคาจารย์มาก่อน
จึงจำเสียงของมรรคาจารย์ได้ทันที ทุกคนต่างฮึกเหิมขึ้น เมฆหมอกในใจพลันจางหาย
เมืองรัฐฮวง ภายในจวนเจ้าเมืองพวกเจียงหานก็ได้ยินเสียงของมรรคาจารย์เช่นกัน
เจียงหานไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้วถามว่า “เสียงเมื่อครู่คือใคร”
ขุนน