ี้ สีหน้าก็ดูไม่สู้ดี
“ราชาถ่ามู่ หากพวกพระองค์หนีไป แล้วคนของพวกข้าจะทำอย่างไร”
พวกเขาทั้งสองเป็นตัวแทนของเผ่า หากหนีไปเช่นนี้ จะกลับไปอธิบายอย่างไร พึงรู้ว่าในจำนวนคนที่เหลืออยู่สี่หมื่นกว่าคนนั้น มีคนของพวกเขาอยู่หนึ่งหมื่นกว่าคน
ยามนี้ราชาถ่ามู่ไม่อาจสนใจเรื่องมากมายเหล่านั้น ตัวเองยังรักษาไว้ยาก แล้วจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร
“พวกเจ้าอยากทำอย่างไรก็ทำไป หากพวกเจ้าสามารถเอาชนะพวกเขาได้ ด่านฟู่เฟิงยกให้พวกเจ้าก็ได้ อย่างไรเสียตอนนี้พวกเราก็ไม่ต้องการแล้ว”
ราชาถ่ามู่มองไปยังหลินอีและองครักษ์ที่อยู่ข้างกาย
“หลินอี พวกเจ้าคุ้มกันข้าออกไป”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
บรรดาแม่ทัพที่เหลือของเผ่าถ่ามู่จึงเริ่มหาวิธีแอบถอนกำลังออกจากกองทัพใหญ่ภายใต้การนำของราชาถ่ามู่ เหลือเพียงชาวเผ่าเลี่ยหั่วและเผ่าลั่วอวิ๋นบางส่วนที่ยังคงยืนจ้องอยู่ที่เดิม
เลี่ยชิงทนไม่ไหว ด่าออกมา
“ราชาถ่ามู่ช่างสารเลวจริง ๆ คนบอกว่าจะสู้ก็เป็นเขา คนบอกว่าจะหนีก็เป็นเขา ทำเอาพวกเราเป็นลิงให้เขาเล่นไปได้”
จินโม่เองก็จ้องมองเงาร่างของราชาถ่ามู่ที่กำลังจากไปด้วยแววตาวูบไหว ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“เลี่ยชิง เจ้าไม่คิดหรือว่านี่คือโอกาสอันดี”
“โอกาส?” เลี่ยชิงขมวดคิ้วถาม “โอกาสอะไร?”
“โอกาสที่จะให้ราชาถ่ามู่อยู่ที่นี่ตลอดไป” จินโม่ลดเสียงลง
“เจ้าหมายความว่า…” เลี่ยชิงดวงตาสั่นไหว พูดพลางทำมือลากผ่านลำคอ
จินโม่พยักหน้า
“ตามที่ราชา