าวิธีเร็วเข้า เซินเหล่ย”
ราชาถ่ามู่ตรัสด้วยความร้อนใจ
เมื่อเซินเหล่ยได้ยินคำพูดนั้น ในสมองก็ครุ่นคิดไม่หยุด
แต่คิดไปคิดมาก็ไม่มีวิธีที่ดีพอจะรับมือได้
ทันใดนั้น เมื่อเขามองดูแถวทหารม้าที่ยืนเรียงแถวอยู่ ความคิดดี ๆ ก็ผุดขึ้นในสมอง
“ข้ารู้แล้วว่าจะรับมือกับพวกมันอย่างไร!”
เขาพูดด้วยสีหน้ายินดี
“รับมืออย่างไรหรือ?”
เซินเหล่ยรีบกล่าว
“สถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามตอนนี้เปรียบเสมือนลูกธนูที่พุ่งด้วยความเร็วสูง หากเราขวางกั้นด้านหน้าก็แทบไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราจะต้านทานได้ แต่ถ้าหากพวกเราโจมตีจากด้านข้างเล่า?”
“ด้านข้างทั้งสองของพวกมันต้องอ่อนแอม้ากแน่ และเมื่อทำลายแนวรบของพวกมันจากด้านข้างได้ ก็จะสามารถทำลายกองทัพวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้ด้วย เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็จะสามารถโจมตีทีละส่วนได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่าแม่ทัพต่างก็แสดงสีหน้าเห็นด้วย
หลังจากคิดให้กระจ่างแล้ว เซินเหล่ยก็ออกคำสั่งแก่แม่ทัพหลายนายอย่างเด็ดเดี่ยว
“การจะโจมตีจากปีก ทหารธรรมดาก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นพวกเจ้าต้องรับผิดชอบการเจาะทะลวงจากปีกซ้าย”
จากนั้นก็สั่งการกับแม่ทัพอีกกลุ่มว่า
“พวกเจ้ารับผิดชอบการเจาะทะลวงจากปีกขวาของพวกมัน”
“ควรลงมือพร้อมกัน จะได้ทำลายแนวป้องกันของพวกมันได้ง่ายขึ้น”
…
ฝ่ายหลี่เต้ายังคงบุกเข้าสังหารอย่างสะใจไม่หยุดหย่อน
แม้จะได้รับพลังจากกองทัพวิญญาณ แต่เหล่าทหารชนเผ่าเป่ยมหานก็ยังคงต้านทานการสังหารของเ