เบื้องหน้าที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและมีกลิ่นอายแห่งการรบ แล้วหันกลับไปมองจ้าวถ่งที่สภาพดูอเนจอนาถอีกที ต่างก็แสดงสีหน้าไม่เชื่อออกมา พาในใจคิดอย่างเงียบ ๆ
เจ้าเลี้ยงทหารได้แบบนี้จริงหรือ?
จนกระทั่งคนสุดท้ายบุกฝ่าออกมาจากกองทัพชนเผ่าเป่ยหมาน หลี่เต้าจึงนำกำลังพลหยุดลงนอกด่านฟู่เฟิง
อาจเป็นเพราะท่าทีของพวกเขาดุดันเกินไป หลังจากที่พวกเขาบุกออกมา ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้ แม้กระทั่งกับกองทัพชนเผ่าเป่ยหมานที่เป็นศัตรู
หลี่เต้าฉวยโอกาสนี้สำรวจสถานการณ์ภายนอกด่านฟู่เฟิง เมื่อเห็นว่าด่านฟู่เฟิงเพียงแค่ประตูแตกหัก ก็รู้สึกโล่งใจ
จากนั้นก็เลื่อนสายตามองไปยังแม่ทัพที่รอดชีวิตทั้งหลายนอกด่านฟู่เฟิง
สุดท้าย สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่จ้าวถ่งแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ท่านจ้าวถ่ง หัวหน้าหลี่เต้านำกำลังพลจากค่ายหวงซามาช่วยเหลือด่านฟู่เฟิง”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพลันแข็งค้างทันที เพราะสิ่งที่จ้าวถ่งพูดล้วนเป็นความจริง
ส่วนจ้าวถ่งเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เต้าก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะดัง ๆ พลางกล่าวว่า “ข้าบอกแล้ว พวกเขาคือทหารของข้าจริง ๆ ตอนนี้พวกเจ้าคงเชื่อแล้วกระมัง”
แต่เมื่อเขามองดูสภาพของหลี่เต้าและคนอื่นในตอนนี้ ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นทหารของข้าจริงหรือ?
เพราะสภาพของจางเมิ่งและคนอื่นในตอนนี้แตกต่างจากภาพในความทรงจำของเขามากเหลือเกิน
หากไม่ใช่เพรา