่อยู่รอบข้าง
เพราะพวกเขาก็ไม่อาจยอมรับความคิดของฉีเซิ่งได้เช่นกัน
ฉีเซิ่งรู้สึกโกรธมากที่เห็นผู้ใต้บังคับบัญชาเพิกเฉยเขาแบบนั้น เขารู้สึกว่าตนกำลังช่วยชีวิตอีกฝ่ายอยู่แท้ ๆ แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะรอความตายเช่นนี้
แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความโกรธออกมา แล้วถามคนที่เหลืออีกครั้ง
“พวกเจ้ายังมีใครจะไปกับข้าอีกหรือไม่”
คราวนี้คนที่เหลือไม่ได้เพิกเฉยต่อเขาอีกต่อไป แต่กลับจ้องมองด้วยสายตาเย้ยหยัน ราวกับกำลังมองตัวตลกอยู่
ในที่สุด โหวหย่วนเลี่ยงก็เอ่ยปากขึ้น “ฉีเซิ่ง เจ้าอยากไปก็ไปเถิด”
ฉีเซิ่งเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็ดูไม่ดีนัก แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
เพราะเขารู้ว่าการที่มีเพียงตนคนเดียวจากไปนั้นดูไม่ดีนัก แต่เขาก็ไม่อาจอยู่ที่นี่เพียงเพื่อรักษาหน้าเช่นนี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในความคิดของเขา หากคนพวกนี้ยังคงอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาต้องตกตายกันหมดอย่างแน่นอน เช่นนั้นก็จะไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ หากภายหลังมีคนมาซักถาม เขาก็สามารถแต่งเรื่องขึ้นมาได้
อย่างเช่น เมื่อเขาจากไป เขาสามารถพาเสิ่นจงที่หมดสติเพราะพิษไปด้วยกันได้
เมื่อถึงเวลานั้น หากมีคนมาถาม ก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าเขาเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อปกป้องเจิ้นเป่ยโหว และสามารถหนีรอดจากการไล่ล่าของกองทัพหลายหมื่นนายของชนเผ่าเป่ยหมานมาได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉีเซิ่งก็รู้สึกตื่นเต้นคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก
เพราะถ้าหากคำอธิบายนี้สมเหตุสมผลเพียงพอ