แสดงสีหน้าสงสัย
ตอนที่พวกเขานำทัพใหญ่บุกด่านฟู่เฟิงได้ทำลายค่ายทหารต้าเฉียนที่กระจายตัวอยู่นอกชายแดนไปหลายแห่ง ดังนั้นนอกจากกองทัพของพวกเขาแล้ว ก็ยังมีทหารต้าเฉียนบางส่วนที่เร่ร่อนอยู่นอกด่าน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะคนพวกนั้นไม่มีทางก่อเรื่องใหญ่โตได้
ในตอนนั้นเอง ราชาถ่ามู่ก็ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างตื่นตระหนก
“เป็นพวกมัน! ต้องเป็นพวกมันมาแน่ ๆ!” พูดจบก็คว้าแขนเซินเหล่ยไว้ รีบพูดว่า “เซินเหล่ย เจ้ารีบไปรวบรวมกองทัพกลับมาเร็วเข้า มิเช่นนั้นพวกเราจะตกอยู่ในอันตราย”
ตอนนี้ราชาถ่ามู่ดูเหมือนคนเพ้อคลั่ง ไม่เหลือท่าทีองอาจผึ่งผายเหมือนตอนอยู่ในราชวังอีกแล้ว
แต่ก็ไม่อาจโทษราชาถ่ามู่ได้ เพราะหลังจากที่เขาและองครักษ์ออกจากวังหลวงไม่นาน ก็รู้สึกคลุมเครือว่ามีคนไล่ตามพวกเขามาตลอด
ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาจากประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่เป็นลางสังหรณ์บางอย่างที่มองไม่เห็น
ราชาถ่ามู่เชื่อมั่นในลางสังหรณ์ของตนมาก เพราะครั้งที่เขายังหนุ่มและออกรบในทุ่งหญ้ากับบิดา ลางสังหรณ์นี้ได้ช่วยชีวิตเขาไว้หลายครั้ง
แต่หลังจากที่เขาได้กลายเป็นราชาแห่งเผ่าถ่ามู่ มีเรื่องราวมากมายไม่จำเป็นต้องให้เขาจัดการด้วยตนเอง ความรู้สึกเช่นนี้จึงไม่เคยปรากฏอีก เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าเขาก็ลืมมันไป
จนกระทั่งไม่นานมานี้ หลังจากหนีออกจากวังหลวง ความรู้สึกนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง และในครั้งนี้ก็รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
ก็เพราะคว