็จะกลับไปหาพวกเจ้า”
เที่ยวเล่น? เว่ยอวิ๋นบ่นอยู่ในใจ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้ใดถือเอาเรื่องอันตรายเช่นนี้เป็นการเที่ยวเล่น
ไม่นานหลังจากนั้น เว่ยอวิ๋นและผู้คนจากค่ายเว่ยอู่ก็พาคนที่ช่วยมาได้ทั้งหมดออกเดินทางไป
มองดูเงาร่างของเว่ยอวิ๋นและคนอื่นค่อย ๆ หายลับไป เสวียปิงหันมาถาม “หัวหน้า แล้วต่อจากนี้พวกเราจะไปที่ใดกัน”
“ไปที่ใดรึ” หลี่เต้าหันไปมองทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แวบหนึ่ง ก่อนจะตอบ “ไปเมืองบาป”
“เมืองบาป?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสวียปิงก็ทำหน้างุนงง “หัวหน้า เมืองบาปถูกพวกเรากวาดล้างจนว่างเปล่าแล้ว จะไปที่นั่นทำไมอีกขอรับ”
“ใครบอกว่าเมืองบาปว่างเปล่า” หลี่เต้าหันหลังกลับมาพูด “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าที่นั่นยังมีเจ้าเมืองอีกผู้หนึ่งที่ยังไม่ปรากฏตัว”
“เช่นนั้นความหมายของหัวหน้าคือ…”
“หากมีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบ เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วขอรับ” เสวียปิงถามอีกว่า “หัวหน้า คราวนี้พวกเราจะไปทางอ้อมหรือไม่?”
“ไม่ต้องแล้ว คราวนี้บุกตรงไปได้เลย” หลี่เต้าตอบ
…
ในเวลาเดียวกัน
เซินหลัว เจ้าเมืองบาป หลังจากเร่งเดินทางไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็นเวลานาน ก็สามารถนำกองกำลังองครักษ์กลับมาถึงเมืองบาปได้สำเร็จ
เมื่อผ่านประตูเมืองเข้าไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีเพียงซากปรักหักพังและความรกร้าง
เมื่อได้กลิ่นไม้ไหม้ที่ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศก็อดไม่ได้ที่จะย่นจมูกลงเล็กน้อย
กรอด! เสียงขบฟันดังขึ้นจากปากของเซินห