ปีเหยียนหยวนที่สามสิบสอง ต้นเดือนสี่ โอรสสวรรค์ประกาศแต่งตั้งอ่องผู้ครองรัฐ แต่งตั้งพระโอรสทั้งสิบสองพระองค์เป็นอ่อง รวมถึงองค์ชายเจ็ดเจียงเยี่ยที่หายสาบสูญไปนานก็ได้รับแต่งตั้งเป็นจิ้นอ่อง ทั่วหล้ามีอ่องผู้ครองรัฐเพิ่มขึ้นมาอีกสิบสองพระองค์ ล้วนเข้าพำนักในเฟิ่งเทียน เฟิ่งเทียนมีสถานะพิเศษ แม้เป็นแคว้นประเทศราชแต่เนื้อที่กว้างใหญ่เกินไป จำต้องแบ่งแยก หลี่หยายอมรับเรื่องนี้ได้เช่นกัน แคว้นประเทศราชที่มีขนาดใหญ่เท่ากับต้าจิ่ง หากถือไว้ในกำมือคนเดียวก็อดหวั่นมิได้ว่าสักวันจะโดนดาบของโอรสสวรรค์ฟาดฟันลงมา
วันนี้เอง เจียงหลิวเรียกประชุมเช้าอย่างหาได้ยาก ขุนนางฝ่ายบู๊และบุ๋นต่างพากันเข้าร่วม ท้องพระโรงอันโอ่อ่าเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกคนล้วนยิ้มแย้มชื่นบาน เมื่อเจียงหลิวยกคางคกวิเศษฟ้าดินขึ้นมา ท้องพระโรงจึงค่อยสงบลง คางคกวิเศษฟ้าดินยังอยู่ในหม้อใบเล็ก
เจียงหลิวนั่งลงบนบัลลังก์มังกรด้วยความช่วยเหลือจากขันที หลายปีที่ผ่านมาเขาทรุดโทรมลงรวดเร็วนัก จนขุนนางที่มิได้เห็นเขามานานถึงกับรู้สึกเสมือนอยู่คนละยุค เจียงหลิวเอ่ยช้าๆ ว่า“วันนี้เราเรียกพวกเจ้ามาเพราะมีสองเรื่องใหญ่”
สายตาของเขากวาดมองทั่วท้องพระโรง องค์รัชทายาทเจียงหานก็อยู่ด้วยเช่นกัน
“หนึ่ง เราเตรียมจะสละตำแหน่งโอรสสวรรค์ในปีหน้า ให้องค์รัชทายาทเจียงหานขึ้นครองราชย์”
สิ้นวาจาบรรดาขุนนางก็ฮือฮาขึ้นพร้อมกัน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดทูลทัดทาน เจ