่อมั่นในตัวหัวหน้าของตนเต็มเปี่ยม
ขณะที่พวกทาสเห็น ‘คนของตน’ เก่งกาจถึงเพียงนี้ ความหวังในใจพวกเขาก็พลันพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสูงสุด
เพราะพวกเขารู้ดี หากคนผู้นี้ชนะ พวกเขาก็จะสามารถหนีออกจากที่นี่ได้
…
ระยะเวลาในการต่อสู้ยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนแรกเซินเหลยยังสามารถใช้พลังปราณเซียนเทียนในร่างต้านทานได้สักพัก
แต่เมื่อทั้งสองต่อสู้กันไป เซินเหลยพบว่าตนยิ่งตามจังหวะการโจมตีของอีกฝ่ายไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกายต้องรับแรงปะทะ ยามนี้แขนทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว ยิ่งปะทะกันต่อเนื่องก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น
แต่เขากลับพบว่าอีกฝ่ายต่อสู้กับเขามานานขนาดนี้ ลมหายใจกลับไม่มีท่าทีสับสนเลยแม้แต่น้อย ราวกับไม่ได้สูญเสียพลังงานไป
“ข้าจะแพ้ได้อย่างไร… จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!?”
ในใจของเซินเหลยพลันเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน นอกเหนือจากความโกรธก็คือความหวาดกลัว
เพราะเขารู้ดีว่าหากตนแพ้จะเป็นเช่นไร ไม่ต้องพูดถึงคนตรงหน้า แค่เฉพาะทาสพวกนั้นก็สามารถกินเขาทั้งเป็นได้แล้ว
ไม่ได้ เขาต้องไม่ตาย!
เขายอมสละเมืองบาปทั้งเมืองยังดีกว่าต้องมาตายที่นี่ หากทั้งเขาทั้งเมืองบาปพังทลาย ทุกสิ่งก็จะสูญเปล่า
แต่หากเมืองบาปพังทลายไปเพียงสิ่งเดียว แล้วเขายังคงอยู่ ด้วยความสามารถของเขา เจ้าเมืองคงไม่ตัดสินประหารชีวิต อย่างมากก็แค่ลงโทษเขาเท่านั้น
เซินเหลยตัดสินใจเลือกได้อย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง หลี่เต้าดูเหมือนจะสังเ