ยุทธ์เซียนเทียนอยู่หนึ่งคน จึงพอดีได้ปะทะกับเว่ยอวิ๋น
เมื่อเวลาผ่านไป
เซินเหลยที่แต่เดิมมีสีหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ กลับเริ่มมีสีหน้าดำมืดขึ้นมา
เขาพบว่าหลังจากที่ทหารใต้บังคับบัญชาปะทะกับฝ่ายตรงข้าม กลับตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบในเวลาอันสั้น
ทั้งที่ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของทหารหรือด้านพละกำลัง ทหารของเขาล้วนได้เปรียบกว่า
แล้วเหตุใดจึงเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นได้
พวกทาสที่อยู่ด้านหลังจางเมิ่งเห็นภาพนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงให้กำลังใจ
“ฆ่ามัน! ฆ่าพวกเป่ยหมานให้หมด”
“ตีมันเลย ตีให้ตายไปเลย ตีให้มันสิ้นซาก”
“ถูกต้อง ทำแบบนั้นแหละ แทงเป้าของมันให้จุกไปเลย”
เพราะจางเมิ่งและคนอื่น ๆ มีเลือดวิเศษอยู่ในร่างกาย ยิ่งต่อสู้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พลังในตัวแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น จิตสังหารของพวกเขาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
“ฆ่า!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มคนดังขึ้น ทหารเมืองบาปที่ได้ยินต่างสั่นสะท้านไปถึงจิตใจ แต่เดิมยังพอจะบุกโจมตีได้ แต่ในชั่วพริบตาก็เริ่มถอยร่น ในเวลาอันสั้นทหารจำนวนมากเริ่มล้มตาย
“พวกเจ้าอย่าได้หยิ่งผยองนัก!”
ขณะที่จางเมิ่งและคนอื่น ๆ กำลังจะฉวยโอกาสจับกุมคนพวกนี้ทั้งหมด จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังขึ้นข้างหูทุกคน
เว่ยอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที “ไม่ดีแล้ว จางเมิ่งระวัง!”
จางเมิ่งได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว เห็นเซินเหลยปรากฏตัว