อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อใด
เซินเหลยยกมือขึ้น ยิ้มอย่างดุร้ายพลางกล่าวว่า “เจ้าหนู วันนี้ข้าจะบอกเจ้าสักเรื่อง ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง พวกเจ้าก็แค่กำลังเล่นสนุกเท่านั้น”
พูดจบ เซินเหลยก็รวบรวมพลังปราณเซียนเทียนที่มือขวา แล้วซัดหมัดใส่ใบหน้าของจางเมิ่ง
การลงมือของเซินเหลยรุนแรงมาก ทุกคนจึงสังเกตเห็นภาพตรงหน้านี้
เสวียปิงม่านตาหดเล็กลง ร้องเสียงดัง “จางเมิ่ง!”
คนที่เหลือก็พลอยร้องตามสัญชาตญาณ “จางเมิ่ง!”
รวมถึงผู้คนจากค่ายเว่ยอู่ที่เพิ่งได้รู้จักกันไม่นาน ต่างก็แสดงสีหน้ากังวลและเป็นห่วง
เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดของผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลาย จางเมิ่งเองก็รู้สึกกดดันมาก
แต่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลายแล้วอย่างไร ถึงตาย ข้าก็จะตายอย่างสง่าผ่าเผย
“ข้าจะฆ่าเจ้า!” จางเมิ่งฝ่าฟันแรงกดดันที่กดทับร่างกาย ตอบโต้กลับด้วยหมัดเช่นกัน
แต่ภาพนี้กลับดูน่าขบขันในสายตาของเซินเหลย
แค่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนที่ยังไม่มีแม้แต่พลังปราณเซียนเทียน จะต้านทานเขาได้อย่างไร การปะทะกันของหมัดครั้งนี้ก็เหมือนไข่ไปชนหิน
แต่ในขณะที่หมัดทั้งสองกำลังจะปะทะกัน
หัวใจของผู้คนจากค่ายหวงซา และค่ายเว่ยอู่ รวมไปถึงจางเมิ่ง ต่างเต้นรัวขึ้นมาพร้อมกัน
ในชั่วขณะนั้น พวกเขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไร้ตัวตนกำลังพันรัดร่างของทุกคน เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันด้วยพลังลึกลับ
ในชั่วขณะถัดมา หมัดของจางเมิ่งและเซินเหล