งรองเจ้าเมืองแห่งเมืองบาปอยู่ในระดับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลาย เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกเราจะบุกฝ่าไปได้”
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลายเลย แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนขั้นกลางก็เป็นอุปสรรคสำหรับพวกเขาแล้ว
หากจะบุกไปพร้อมกัน นอกจากเว่ยอวิ๋นที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอาจมีโอกาสบุกฝ่าออกไปได้บ้าง หากเป็นในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะ ส่วนคนที่เหลือส่วนใหญ่หากบุกออกไปก็มีแต่จะตายเปล่าเท่านั้น
เมื่อได้ยินว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลาย แม้จางเมิ่งจะหยิ่งผยองเพียงใด แต่ก็ยังรู้ถึงความแตกต่างของพละกำลังระหว่างศัตรูและพวกตน จึงถามว่า “แล้วพวกเราจะทำอย่างไร?”
“รอให้หัวหน้ามาถึง มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลายได้” เว่ยอวิ๋นตอบ
“แม่ทัพต่อแม่ทัพ ทหารต่อทหาร”
…
ในเวลาเดียวกัน
เซินเหลยนำบรรดาผู้ติดตามมาเฝ้าที่ประตูเมือง พวกเขาก็เห็นกลุ่มทาสที่รวมตัวกันอยู่ไม่ไกลแต่แรกแล้ว
ผู้ดูแลเห็นภาพนั้นแล้วอดถามขึ้นไม่ได้ “เจ้าเมืองเซินเหลย เหตุใดตอนนี้พวกเรายังไม่ลงมือ”
“ลงมือ?” เซินเหลยหันหน้ามากล่าวเสียงเรียบว่า “เหตุใดต้องลงมือด้วย กับพวกทาสไร้ค่าพวกนี้น่ะหรือ”
“เช่นนั้นความหมายของท่านคือ”
“เมืองบาปวุ่นวายถึงเพียงนี้ จะต้องมีกำลังจากภายนอกเข้ามาแทรกแซงแน่ เวลานี้หากลงมือกับพวกทาสก็เท่ากับมอบโอกาสให้อีกฝ่าย สู้รอให้พวกเขาออกมาเองจะดีกว่า”
“แล้ว