ได้รวมตัวกันอยู่ที่นั่น
เห็นได้ชัดว่าที่พวกเขาสามารถก่อความวุ่นวายในเมืองได้อย่างไร้ความกังวลก่อนหน้านี้นั้น เป็นเพราะคนพวกนี้ได้ปิดทางหนีของพวกเขาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในเวลาเดียวกัน
หลังจากต่อสู้มาทั้งคืน จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึงประตูเมือง และได้เห็นภาพตรงหน้าเช่นกัน
เสวียปิงมองกองกำลังที่เฝ้าประตูเมืองอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักพลางกล่าวขึ้นว่า “ไม่แปลกใจเลยที่การปฏิบัติการก่อนหน้านี้ราบรื่นไร้อุปสรรคใด ๆ ที่แท้พวกนี้วางแผนจะตัดทางถอยของพวกเราตั้งแต่แรก”
จางเมิ่งและคนอื่น ๆ ที่ผ่านการสังหารมาทั้งคืน ยังไม่อาจระงับลมหายใจอันเดือดดาลได้
“ช่างมันเถอะ รวมตัวกันอยู่แบบนี้พอดี ฆ่าให้สะใจไปเลย”
“เจ้าขึ้นไปมีหวังโดนพวกมันฆ่าจนสะใจมากกว่า คิดว่าพวกเราเก่งกาจไร้เทียมทานหรือไร” เสวียปิงกล่าวอย่างหงุดหงิด
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมากก็จริง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ในอาณาเขตของค่ายหวงซาเท่านั้น
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในรังของศัตรู
ขณะที่จางเมิ่งกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
“ตอนนี้พุ่งเข้าไปไม่ได้จริง ๆ ทำเช่นนั้นมีแต่จะตายเปล่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันไปมองพร้อมกัน พบว่าเว่ยอวิ๋นนำผู้คนมาถึงแล้ว และเบื้องหลังยังมีทาสติดตามมาอีกมากมาย
“หมายความว่าอย่างไร?” จางเมิ่งถาม
เว่ยอวิ๋นมองไปที่ประตูเมืองในระยะไม่ไกล “ก่อนหน้านี้ข้าได้สืบมาแล้วว่าระดับวรยุทธ์ขอ