างออก
“ปู่ทวดของข้าเคยเป็นเพชฌฆาตในวังหลวงที่เมืองหลวง ข้าจำได้ว่ามีวิธีการประหารแบบเฉือนเนื้อที่ทรมานมาก ให้ข้าลองดูไหม”
“เจ้าทำได้หรือ”
“ตอนเด็ก ๆ เคยฝึกกับสัตว์ แต่ไม่สำเร็จ แม้ข้าจะทำไม่ได้ถึงสามพันแผล แต่หนึ่งพันแผลน่าจะพอทำได้ ไอ้คนหน้าบานพุงพลุ้ยคนนี้ หนึ่งพันแผลก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว”
“ดีมาก เช่นนั้นก็ฝากเจ้าจัดการด้วย”
“ขอมีดเล่มเล็ก ๆ สักเล่มได้หรือไม่”
“มีดของข้าแม้จะเล็ก แต่มันขึ้นสนิมและทื่อไปบ้างแล้ว”
“ได้ เพียงแค่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น”
หลังจากตกลงกันเสร็จ กลุ่มคนก็พาตู้อวี้ไปยังลานเรือนที่ไร้ผู้คน ไม่นานเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นในบริเวณนั้น
…
แม้จะใกล้ถึงฤดูหนาวแล้ว แต่ฟ้าบนทุ่งหญ้าชนเผ่าเป่ยหมานก็ยังคงสว่างเร็วเช่นเคย
ในยามที่ท้องฟ้าเริ่มสาง ความวุ่นวายภายในเมืองบาปก็เริ่มสงบลง
มิใช่เพราะถูกปราบปราม แต่เป็นเพราะทุกสิ่งที่ควรถูกทำลายล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดให้ระบายความแค้นอีก
เมื่อทุกอย่างสงบลง เหล่าทาสที่หลบหนีออกมาได้ต่างมองดูท้องฟ้าที่กำลังสว่างขึ้น พวกเขาต่างมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองโดยสัญชาตญาณ หวังจะหนีออกจากนรกขุมนี้ให้ได้
แต่เมื่อเหล่าทาสที่เหลือมาถึงประตูเมืองด้วยความหวัง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องนิ่งเงียบ
ที่ประตูเมืองมีทาสจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดขยับเขยื้อน
เพราะภายใต้การนำของเซินเหลย รองเจ้าเมืองบาป นำกำลังทหารที่เหลือทั้งหมดของเมือง