องเจ้าเมืองเซินเหลยก็ดูแลกิจการในจวนเจ้าเมืองมาตลอด
“รองเจ้าเมือง! รองเจ้าเมือง เกิดเรื่องร้ายแรงแล้วขอรับ”
ผู้ดูแลจวนรีบวิ่งมายังเรือนหลัง พลางตะโกนเสียงดังไม่หยุด
ในห้องพักห้องหนึ่ง เซินเหลยกำลังนอนหลับกอดอนุภรรยาที่ตู้อวี้มอบให้ จู่ ๆ ก็ถูกเสียงของผู้ดูแลรบกวน
“บัดซบ! มีเรื่องอะไรถึงได้โหวกเหวกโวยวายนัก?”
ในที่สุดเซินเหลยก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นด้วยสีหน้าโกรธเคือง
“หากวันนี้เจ้าพูดเรื่องไร้สาระออกมา เจ้าก็ไม่ต้องใช้ลิ้นอีกต่อไป” เซินเหลยสวมเสื้อคลุมสีขาวอย่างลวก ๆ มองผู้ดูแลพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ผู้ดูแลทำหน้าน่าสงสาร รีบพูดทันที “รองเจ้าเมือง เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ มีการก่อกบฏของทาสในเมืองบาป”
“ทาสก่อกบฏ?” สีหน้าเซินเหลยบึ้งตึง “แค่เรื่องแบบนี้ก็ต้องมาตามข้า ข้าว่าเจ้าคงอยู่มานานจนเบื่อชีวิตแล้วกระมัง”
เห็นเซินเหลยจะลงมือ ผู้ดูแลก็รีบอธิบาย “นายท่าน การก่อกบฏครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ๆ มีทาสก่อการจำนวนมาก”
สีหน้าเซินเหลยยังคงไม่พอใจ “มากแค่ไหนกัน อีกอย่าง เรื่องแบบนี้เจ้าไม่ควรไปตามหน่วยเพชฌฆาตหรอกหรือ”
“ข้าไปตามแล้วขอรับ คนของหน่วยเพชฌฆาตก็ออกไปกันหมด เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่ข้างนอกวุ่นวายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”
ผู้ดูแลพูดยังไม่ทันจบ จู่ ๆ ก็มีเสียงโวยวายดังแว่วมาจากข้างนอก และเสียงก็ดังเอะอะขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น คนรับใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าพูดว่